วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 20:42 น.
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อทย.582/2567 ที่อัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท เคทูเอ็น โกลด์ จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 3 คน ในความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคและพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง ในชั้นสืบพยาน บริษัท เคทูเอ็น โกลด์ฯ, นายกานต์พล หรือ ป๋าเบียร์ และ น.ส.กรกนก หรือ แม่ตั๊ก จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามรายงานการตรวจพิสูจน์ทองคำของกลางของผู้เสียหายทั้ง 36 ราย ปรากฏว่าเป็นทองคำซึ่งมีค่าปริมาณทองคำในอัตราร้อยละ 99.99 ได้แก่ ผลปี่เซียะ จี้คาบเหรียญทองคำใหญ่กลางและเล็ก จี้ท้าวเวสสุวรรณ จี้ตาไข่ทองคำ จี้ทองคำรูปหัวใจ สร้อยข้อมือตะกรุด ทองปี่เซียะรุ่น 1 ตัว สร้อยข้อมือหินหยกปี่เซียะ โดยมีส่วนประกอบอื่น เช่น ลูกปัดที่นำมาต่อเชื่อมกับตัวปี่เซียะเพื่อเป็นกำไลที่มีค่าปริมาณทองคำเพียงร้อยละ 71-73 เศษ ดังนั้นเครื่องประดับทองคำที่จำเลยทั้งสามขายจึงไม่ใช่ทองคำปลอมหรือด้อยคุณภาพ เพียงแต่จำเลยทั้งสามกล่าวอ้างในการขายสินค้าระบุว่าเป็นทองคำร้อยละ 99.99 และมีของแถมเป็นทองคำ
พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 25,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 3 เดือนและปรับคนละ 25,000 บาท ฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นความเท็จหรือเกินความจริง ปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 25,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 1 เดือน 15 วัน และปรับคนละ 25,000 บาท ฐานร่วมกันขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลาก แต่ฉลากหรือการแสดงนั้นไม่ถูกต้อง ปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 25,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 1 เดือน 15 วัน และปรับคนละ 25,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน รวม 60 กระทง ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นกระทงละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท รวมจำคุกจำเลยคนละ 360 เดือน และปรับคนละ 600,000 บาท
เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เป็นปรับบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 675,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 20 ปี และปรับคนละ 675,000 บาท
ภายหลังจำเลยทั้งสามสำนึกผิดจึงออกประกาศรับคืนสินค้าที่ขายไปดังกล่าว ซึ่งมีผู้คืนสินค้ารวม 3,929 ราย มูลค่า 82,709,747 บาท และจำเลยทั้งสามได้รับและคืนเงินเต็มจำนวนแก่ผู้ซื้อแล้ว 1,610 ราย เป็นเงิน 57,023,860 บาท
นอกจากนี้ จำเลยทั้งสามยังวางเงินต่อศาลเพื่อคืนให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 36 รายเต็มจำนวนตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แล้ว ถือได้ว่าจำเลยทั้งสามสำนึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายให้แก่ผู้เสียหายและผู้ซื้อสินค้าดังกล่าว อีกทั้งจำเลยที่ 2-3 ถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ 2-3 จะเข็ดหลาบ ไม่กระทำความผิดเช่นนี้อีก อีกทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2-3 กระทำความผิดใดมาก่อน
เห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 2-3 กลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 5 ปี และให้คุมความประพฤติภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 2 ครั้ง ให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์คนละ 30 ชั่วโมง ห้ามจำเลยที่ 2-3 กระทำการใดที่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายลักษณะเดียวกับการกระทำความผิดคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
19 กุมภาพันธ์ 2569
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี