วันที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 11:24 น.
กรมทางหลวงชนบท เคียงข้างประชาชน นำกำลังคน-ยานพาหนะ เข้าบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเส้นทางที่ระดับน้ำท่วมสูง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วทุกภูมิภาค และเตรียมเข้าสำรวจเพื่อวางแผนฟื้นฟูซ่อมแซมถนน/สะพาน ทันทีหลังน้ำลด
(13 ต.ค. 68) นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยถึง โครงข่ายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย (แพร่, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, พิจิตร, ชลบุรี, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กาฬสินธุ์, นครสวรรค์) รวม 33 สายทาง แบ่งเป็น สัญจรผ่านได้ 15 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 18 สายทาง ซึ่งยังคงเน้นย้ำไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท (สทช.) แขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในพื้นที่ให้จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนบนโครงข่ายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างใกล้ชิดและให้รายงานสถานการณ์ทุกวันจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ยังได้จัดรถรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยในเส้นทางที่น้ำท่วมสูง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวมถึง การมอบของใช้จำเป็น น้ำดื่ม ถุงยังชีพ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน เป็นขวัญกำลังใจร่วมเคียงข้างไปกับประชาชนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทช. ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและจะตรวจสอบถนน/สะพาน ในความดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวทางแก้ไขและซ่อมบำรุงอย่างเร่งด่วนภายหลังน้ำลด ซึ่งหลังจากเข้าสู่ภาวะปกติ หากตรวจพบสายทางที่เกิดความเสียหายจะเข้าดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ก่อน และจะเร่งดำเนินการสำรวจ ออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูอย่างถาวรต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบททุกจังหวัด หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146







19 กุมภาพันธ์ 2569
เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง ที่บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง ที่บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี