วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น.
ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เผย ฝนตกหนักในพื้นที่ส่งผลน้ำท่วม 6 จังหวัด หน่วยบริการสาธารณสุขในสงขลา สตูล พัทลุง ปัตตานี ได้รับผลกระทบรวม 28 แห่ง
(23 พฤศจิกายน 2568) นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ว่า ขณะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องส่งผลกระทบใน 6 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี และยะลา โดยสถานการณ์รายจังหวัดพบว่า 1) สงขลา หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 11 แห่ง เป็นโรงพยาบาล 3 แห่ง รพ.สต./สสอ. 8 แห่ง ปิดบริการ 5 แห่ง ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) พร้อมทั้งจัดระบบเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ส่งทีม MERT เคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่อำเภอจะนะ หาดใหญ่ และรัตภูมิ วางระบบส่งต่อผู้ป่วยจาก รพ.สต.ที่ปิดบริการไปยัง รพ.หาดใหญ่ และ รพ.รัตภูมิ รวมถึงเร่งฟื้นฟูระบบบริการในพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ไฟฟ้า–น้ำประปาในหน่วยบริการ ติดตามดูแลกลุ่มเปราะบางแล้ว 2,328 ราย 2) สตูล มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากเหตุดินถล่ม หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 2 แห่ง คือ รพ.สต.ฉลุง และ รพ.สต.เขาขาว ต้องปิดบริการทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นระดมทีมด้านการแพทย์ จ.สตูล เข้าตรวจสอบพื้นที่ดินถล่ม จัดระบบบริการชั่วคราว (Mobile clinic) ในชุมชนที่ รพ.สต.ปิดบริการ พร้อมทั้งติดตามดูแลกลุ่มเสี่ยง 64 ราย เฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยเรื้อรังและโรคหลังน้ำลด เช่น ผิวหนัง ตาแดง
นพ.อภิชาตกล่าวต่อว่า 3) ตรัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากไฟฟ้าดูด ไม่มีหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ ขณะนี้มีการจัดรถพยาบาล–กู้ชีพเฝ้าระวังในพื้นที่น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกำชับ รพ.สต. และ อสม. ติดตามผู้ป่วยโรคเรื้อรังในพื้นที่จมน้ำ ประสานการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในพื้นที่ผิดปกติเนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูด 4) พัทลุง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากการจมน้ำ หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 9 แห่ง แต่เปิดให้บริการได้ตามปกติ มีการจัดทีม Rapid Response และ MERT ออกให้บริการด้านการแพทย์ในพื้นที่เขาชัยสนและปากพะยูน พร้อมจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและโรคเรื้อรังในพื้นที่น้ำท่วมยาวนาน ติดตามดูแลกลุ่มเปราะบางแล้ว 1,004 ราย พร้อมประสาน อปท. ช่วยระบายน้ำรอบ รพ.สต.หลายแห่งที่เสี่ยงน้ำย้อนท่อ 5) ปัตตานี มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 2 ราย จากการจมน้ำ หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 6 แห่ง เป็นโรงพยาบาล 4 แห่ง คือ รพ.สายบุรี รพ.ปะนาเระ รพ.ยะหริ่ง และ รพ.ทุ่งยางแดง ที่ได้รับผลกระทบสำคัญคือ ห้องฟอกไต รพ.สายบุรี น้ำเข้าระบบ ทำให้ต้องส่งต่อผู้ป่วยไป รพ.ค่ายอิงคยุทธฯ และรพ.ปัตตานี มีการตั้งศูนย์พักพิง 11 แห่ง ดูแลแล้ว 193 คน เบื้องต้นได้ระดมทีมแพทย์และพยาบาลคัดกรองในศูนย์พักพิงทุกแห่ง จัดระบบส่งต่อผู้ป่วยไตวายจาก รพ.สายบุรี พร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่น้ำท่วมเสี่ยงพิเศษ และเฝ้าระวังการระบาดของโรคในกลุ่มเด็กเล็กในชุมชนทุ่งยางแดง–ยะรัง และ 6) ยะลา ยังไม่มีหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ แต่ได้เปิดระบบเฝ้าระวังโรคหลังน้ำหลาก เนื่องจากพื้นที่เป็นเขาสูง พร้อมติดตามประชาชนในพื้นที่เสี่ยงดินสไลด์ และตรวจเยี่ยมครอบครัวกลุ่มเปราะบางร่วมกับ อสม.
"ทุกจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และปริมาณน้ำฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากสื่อสารความเสี่ยงภัยสุขภาพจากน้ำท่วม ให้เฝ้าระวังโรคต่างๆ อาทิ เลปโตสไปโรสิส อาหารเป็นพิษ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ที่มีโอกาสพบการป่วยเพิ่มขึ้นได้ในช่วงนี้ ส่วน จ.นราธิวาส ที่ยังไม่เกิดสถานการณ์ ได้ให้เปิด Alert Mode เฝ้าระวังระดับลำน้ำตากใบ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง 5 จุดที่มีระดับน้ำสูงกว่า 80% พร้อมจัดทีม SRRT ติดตามโรคที่มากับน้ำ" นพ.อภิชาตกล่าว
19 กุมภาพันธ์ 2569
เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง ที่บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง ที่บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
19 กุมภาพันธ์ 2569
แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ภายในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี