วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 15:48 น.
วันนี้ (22 ธ.ค. 68) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่า ตนได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ไทยมีจุดยืนชัดเจนต่อสันติภาพ อย่างที่ไทยเคยช่วยฟื้นฟูสันติภาพให้กับประเทศเพื่อนบ้าน และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เราพยายามแก้ไขโดยกรอบทวิภาคี แต่กลายเป็นว่าฝ่ายกัมพูาพยายามนำประเด็นนี้ไปสู่กรอบสหประชาชาติ แทนที่จะแก้ปัญหาสองฝ่าย
"ความไว้เนื้อเชื่อใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องสำคัญ แม้กระทั่งการปล่อยเทป ระหว่างการหารือ เป็นการแก้ไขปัญหาหรือเพื่อบั่นทอนรัฐบาลไทยในตอนนั้นหรือไม่ เราจึงเห็นว่าความไว้เนื้อเชื่อใจ สำคัญ อย่างที่เราได้ทำข้อตกลงหยุดยิงที่ปุตราจายาเมื่อ 28 ก.ค.และข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ 26 ต.ค.68 ก็แสดงว่าเราอยาเห็นสันติภาพที่แท้จริง"
นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่าข้อตกลงที่ไทยทำร่วมกับกัมพูชาเมื่อ 26 ต.ค.เป็นเส้นทางไปสู่สันติภาพ แต่กัมพูชาต้องปฏิบัติตามทุกข้อกำหนด การลดอาวุธ ลดกำลังทหาร เก็บกู้ทุ่นระเบิด อาชญากรรมบริเวณชายแดน สแกมเมอร์ทั้งหลาย และการบริหารจัดการเรื่องการรุกล้ำ ทั้ง 4 ข้อ เป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะการกวาดทุ่นระเบิด สำคัญสำหรับประเทศไทย เพราะเกิดหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ขาขาด 6 ครั้ง และพอลงนามไปแล้ว ก็เกิดครั้งที่ 7 สำหรับคนไทยเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงที่กัวลาลัมเปอร์ และเราต้องหาเหตุผลอธิบายคนไทยว่าทำไมเกิดเหตุนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบจากฝ่ายกัมพูชาที่ชัดเจน
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ไทยอยากเห็นการหยุดยิงที่ไม่ใช่แค่คำประกาศ จึงเสนอให้ทหาร 2 ฝ่ายได้คุยกัน ซึ่งกัมพูชายยอมรับที่จะประชุมระดับรัฐมนตรีกลาโหมตามกรอบ GBC และ เห็นด้วยที่จะประชุมในวันที่ 24 ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง แต่ต้องรอดูการพูดคุยระดับรัฐมนตรีกลาโหมในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ที่จังหวัดจันทบุรี
17 กุมภาพันธ์ 2569
นครบาล แจง ภาพ ตร.ต่อแถวรับอั่งเปา บริษัท "ยาหอม" แจกตามประเพณีตรุษจีน
17 กุมภาพันธ์ 2569
นครบาล แจง ภาพ ตร.ต่อแถวรับอั่งเปา บริษัท "ยาหอม" แจกตามประเพณีตรุษจีน