วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 16:04 น.
วันนี้ (22 ธ.ค.68)นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) เดินทางมาสวัสดีปีใหม่ สวพ.FM91 โดยมีคุณจิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและจิตอาสาสัมพันธ์ สถานีวิทยุ สวพ.FM91 ให้การต้อนรับ และพูดคุยออกอากาศสด กับดีเจสุนันท์ ทรัพย์ดีมีสุข
เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ชวนรณรงค์ย้ำเตือน “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” ปีใหม่ 2569 เร่งสื่อสารลดความเสี่ยง แนะเตรียม 4 พร้อมก่อนเดินทาง เพื่อให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย
นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 7 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68-5 ม.ค.69) เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษมากกว่าช่วงเวลาปกติ ทั้งนี้ สถิติอุบัติทางถนนข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในเทศกาลปีใหม่ 2568 (ช่วง 7 วัน) ที่ผ่านมา มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ 1,930 ครั้ง บาดเจ็บ 1,894 คน เสียชีวิต 311 คน สาเหตุจากดื่มแล้วขับ ร้อยละ 17.20 ขับรถเร็ว ร้อยละ 40.25 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20.18 และยังพบว่า 50 % ของกลุ่มผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน อยู่ไม่ไกลจากบ้านหรือที่พักในรัศมีประมาณ 5-10 กิโลเมตร
นายพรหมมินทร์ กล่าวต่อว่า ปีใหม่นี้ขอชวนร่วมรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” เพื่อกระตุ้นเตือนเน้นย้ำถึงความความสำคัญของการดื่มไม่ขับ เพื่อให้เดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ สคอ. ยังได้มีการสื่อสาร
ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนด้วยการสร้างความรู้ ความตระหนักแก่ประชาชนผู้ขับขี่ตั้งแต่ก่อนเทศกาลและช่วงเทศกาล โดยผลิตสื่อฯและชุดข้อมูลการเฝ้าระวังป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนนสนับสนุนภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ตลอดจนจัดทีมลงพื้นที่ติดตามกรณีอุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดช่วงเทศกาลโดยใช้ข้อมูลตัวเลขจาก ศปถ.รายวัน จัดทำเป็นคลิปวิดีโอสะท้อนผลกระทบ ปัญหา สาเหตุและข้อเสนอแนะขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในอนาคตต่อไป
“การดื่มแล้วขับไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ขับขี่ แต่ยังกระทบไปถึง “คนข้างหลัง” จำนวนมาก โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1. ระยะสั้น ครอบครัวอาจต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัวและรายได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขับขี่เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่งผลให้คนข้างหลัง ขาดเสาหลัก ขาดผู้นำ และขาดที่พึ่ง เป็นผลกระทบแบบเฉียบพลันที่เกิดขึ้นทันที 2. ระยะกลาง คือภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถ ค่าชดเชยให้คู่กรณีที่เสียชีวิต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นภาระที่หนักขึ้นทับซ้อนในช่วงที่ครอบครัวกำลังเปราะบาง 3. ระยะสุดท้าย หากคนดื่มแล้วขับเป็นฝ่ายผิด และคู่กรณีเสียชีวิตอาจเกิดการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมชดเชยไปถึงลูกเมีย แม้คนเมาแล้วขับจะเสียชีวิตไปแล้ว ทรัพย์สินที่มีอาจต้องขายเพื่อชดเชยให้คู่กรณี บางครอบครัวอาจถึงขั้นล่มสลาย” นายพรหมมินทร์ กล่าว
สำหรับข้อแนะนำผู้ที่ต้องเดินทางไกล ขอแนะให้เตรียม 4 พร้อม คือ 1. คนพร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่โดยเด็ดขาด ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง 2. รถพร้อม ตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทาง เบรก ยางรถและลมยาง ไฟหน้า–ไฟท้าย–ไฟเลี้ยว น้ำมันเครื่อง อุปกรณ์ฉุกเฉินพร้อมใช้งาน ยางอะไหล่ ไฟฉาย 3. เส้นทางพร้อม วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็กจุดเสี่ยง จุดก่อสร้าง ตรวจสอบสภาพอากาศ หลีกเลี่ยงช่วงเวลาจราจรหนาแน่น เตรียมจุดพักทุก 2 ชั่วโมง หรือเมื่อเริ่มง่วง 4. เวลาและสติพร้อม ไม่เร่งรีบ ไม่ขับเร็วเกินกำหนด เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า มีสติ เคารพกฎจราจร หากง่วงหรือเหนื่อย ให้จอดพักทันที


17 กุมภาพันธ์ 2569
นครบาล แจง ภาพ ตร.ต่อแถวรับอั่งเปา บริษัท "ยาหอม" แจกตามประเพณีตรุษจีน
17 กุมภาพันธ์ 2569
นครบาล แจง ภาพ ตร.ต่อแถวรับอั่งเปา บริษัท "ยาหอม" แจกตามประเพณีตรุษจีน