วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14:36 น.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำชัด “เมาแล้วขับ” ไม่มีเตือนก่อนปรับ “ไม่ยอมเป่าเท่ากับเมาแล้วขับ” ดำเนินคดีทันที
วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดให้กวดขันและเสริมสร้างวินัยจราจรอย่างจริงจัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งจะไม่มีมาตรการตักเตือนก่อนปรับ หากตรวจพบจะดำเนินคดีทันที
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การขับรถในขณะมึนเมาเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เท่าเทียม และโปร่งใส กรณีตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่งมีพฤติกรรมมึนเมา ปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนถูกควบคุมตัวและตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายฐานตามกฎหมาย และได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว
สำหรับโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่า ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ หากก่อเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย โทษจะเพิ่มสูงขึ้น โดยอาจจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ในกรณีกระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท พร้อมทั้งสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการขับรถในขณะมึนเมา และมีโทษเช่นเดียวกับเมาแล้วขับ อีกทั้งอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติม
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ยึดหลักกฎหมาย แม้ถูกกระทำร้ายร่างกายระหว่างปฏิบัติหน้าที่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรือสอบถามข้อมูลจราจร สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


21 กุมภาพันธ์ 2569
21 กุมภาพันธ์ 2569
อุบัติเหตุ เก๋งชนกัน 2 คัน และชนพระภิกษุมรณภาพ ในพื้นที่ท่ามะกา กาญจนบุรี
21 กุมภาพันธ์ 2569
21 กุมภาพันธ์ 2569
อุบัติเหตุ เก๋งชนกัน 2 คัน และชนพระภิกษุมรณภาพ ในพื้นที่ท่ามะกา กาญจนบุรี