วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:55 น.
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีข่าวเศร้าวงการบันเทิง “แม็ค-รชต ไตรโลกวิชัย” นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ที่เสียชีวิตจาก โรคมะเร็งจิสต์ (GIST) หรือมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบได้ยาก
ต่อมา นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด ให้ความรู้เรื่อง มะเร็งจิสต์ ความว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ คุณแม็ค-รชต ไตรโลกวิชัย นักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับ ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงและครอบครัวครับ
ข่าวนี้ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจและตื่นตัวกับชื่อของ “มะเร็ง GIST” มากขึ้น เพราะถือเป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจและรู้จักวิธีสังเกตตัวเอง ผมสรุปข้อมูลสำคัญของโรคนี้มาให้ 5 หัวข้อหลัก ดังนี้ครับ
1. มะเร็งจิสต์ คือมะเร็งระบบไหน
GIST (Gastrointestinal Stromal Tumor) หรือชื่อภาษาไทยคือ “เนื้องอกเนื้อเยื่ออ่อนในระบบทางเดินอาหาร” เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ยาก (Rare Cancer) ครับ ความแตกต่างของมันกับมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ทั่วไปคือ “จุดกำเนิด”
โดยปกติมะเร็งทางเดินอาหารส่วนใหญ่จะเกิดที่ผนังด้านในสุด (เยื่อบุลำไส้) แต่ GIST เกิดจากเซลล์พิเศษที่ชื่อว่า Interstitial Cells of Cajal ซึ่งฝังตัวอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อของผนังทางเดินอาหาร เซลล์เหล่านี้เปรียบเสมือน “เครื่องคุมจังหวะ” (Pacemaker) ที่คอยส่งสัญญาณไฟฟ้าสั่งให้ลำไส้บีบตัวเพื่อเคลื่อนย้ายอาหาร เมื่อเซลล์กลุ่มนี้เกิดการกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติ จึงกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยพบได้บ่อยที่สุดที่ กระเพาะอาหาร (60%) และ ลำไส้เล็ก (30%) ครับ
2. อาการเตือนที่ต้องรีบเช็ก
ความน่ากลัวของ GIST คือในระยะแรกก้อนเนื้ออาจมีขนาดเล็กมากจนไม่แสดงอาการใดๆ เลยครับ ผู้ป่วยมักจะรู้ตัวเมื่อก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไปเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือเริ่มมีเลือดออก สัญญาณเตือนที่คนทั่วไปควรสังเกตมีดังนี้
มีเลือดออกในทางเดินอาหาร : สังเกตได้จากอุจจาระที่มีสีดำสนิทเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดปน เนื่องจากก้อนเนื้อไปทำลายเส้นเลือดที่ผนังลำไส้
ปวดท้องหรือแน่นท้องเรื้อรัง: มักรู้สึกอึดอัดบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครง แม้จะกินอาหารเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกอิ่มไวผิดปกติ หรือบางคนที่ผอมมากอาจจะคลำได้ก้อนในท้อง
คลำพบก้อนแข็ง: หากก้อนเนื้อโตมากพอ เราอาจสัมผัสได้ถึงก้อนแข็งๆ บริเวณหน้าท้อง
อ่อนเพลีย ซีด: เกิดจากภาวะโลหิตจางจากการที่มีเลือดออกภายในทีละน้อยสะสมเป็นเวลานาน คลื่นไส้ อาเจียน อาจเจอได้น้อยเนื่องจากว่าก้อนไม่ได้เข้ามา ในทางเดินอาหาร
3. ทำไมถึงพบในคนอายุน้อย
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคุณแม็คที่ดูสุขภาพดีและอายุยังน้อยถึงเป็นโรคนี้ได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว GIST มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ความจริงคือมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยครับที่สำคัญคือ มะเร็งชนิดนี้ “ไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับไลฟ์สไตล์” เหมือนมะเร็งปอดที่เกิดจากการสูบบุหรี่ หรือมะเร็งตับที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ครับ แต่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนในระดับโมเลกุล ซึ่งส่งสัญญาณให้เซลล์โตไม่หยุด ปัจจัยนี้จึงเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก และไม่ใช่ความผิดของการใช้ชีวิต แต่เป็นการตรวจพบให้ไวที่สุดคือหัวใจสำคัญครับ
4. “ยามุ่งเป้า” ความหวังที่ต่างจากเคมีบำบัด ข่าวดีในความโชคร้ายคือ การรักษา GIST ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมากครับ มะเร็งชนิดนี้มีลักษณะพิเศษคือ “มักไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง” แต่จะตอบสนองได้ดีเยี่ยมกับ ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
- การผ่าตัด: หากตรวจพบในระยะที่ก้อนเนื้อยังไม่แพร่กระจาย การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกให้หมดคือวิธีหลักที่มีโอกาสหายขาดสูง
- ยามุ่งเป้า ตัวยาจะเข้าไป “บล็อก” สัญญาณการเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ทำให้ก้อนเนื้อฝ่อลงหรือหยุดการโต ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีอายุนานขึ้นอย่างมากแม้จะเป็นระยะที่แพร่กระจายแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการรักษาแบบแม่นยำ (Precision Medicine)
5. คำแนะนำสำหรับคนทั่วไป เราสามารถถอดบทเรียนจากการสูญเสียครั้งนี้มาใช้ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ครับ แม้ GIST จะพบได้ยาก แต่การ “ช่างสังเกต” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
1.สังเกตระบบขับถ่าย: หากสีอุจจาระเปลี่ยนไปเป็นสีดำเข้มหรือมีเลือด ต้องรีบพบแพทย์ทันที
2.ตรวจสุขภาพประจำปี: การตรวจช่องท้องด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound Upper Abdomen) หรือหากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง การส่องกล้องทางเดินอาหารจะช่วยให้เห็นความผิดปกติที่ผนังทางเดินอาหารได้ชัดเจน
3.หากเหนื่อยง่ายผิดปกติ ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าปล่อยไว้เพราะคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะธรรมดาครับ เพราะสุดท้ายแล้วอาจเป็นมะเร็ง