วันที่ 13 มีนาคม. 2569 เวลา 14:35 น.
ก.ต่างประเทศ แถลงภาพรวมตะวันออกกลาง สถานการณ์ยังรุนแรง ตึงเครียด เร่งประสานดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง
วันนี้ (13 มี.ค.69) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยและสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อยื่นประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดกับเรือสินค้าสัญชาติไทยและลูกเรือไทยในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านแถลงขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งย้ำให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและหันกลับสู่การเจรจาทางการทูต
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย และขอให้เร่งค้นหาลูกเรือไทยที่ยังสูญหายอีก 3 คน โดยฝ่ายโอมานยืนยันจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงติดตามปฏิบัติการค้นหาอย่างใกล้ชิด
สำหรับลูกเรือไทย 20 คนที่ปลอดภัย บริษัทเจ้าของเรือเตรียมนำตัวเดินทางจากเมืองคาซาบไปยังสนามบินมัสกัตเพื่อกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัตได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้แล้ว และประสานงานกับสถานทูตไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางผ่านแดน
ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยอิหร่านประกาศจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค หากไม่มีการปิดฐานทัพ พร้อมยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่มีรายงานการวางทุ่นระเบิดและการโจมตีเรือบริเวณนอกชายฝั่งยูเออี ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันบางส่วนหยุดชะงัก
ทั้งนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อหารือผลกระทบและแนวทางรับมือของภูมิภาค
ด้านการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ล่าสุดคนไทยชุดที่ 2 เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 64 คน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งย้ายศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวไปที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ยังคงประสานงานกับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ และพร้อมอำนวยความสะดวกหากประสงค์เดินทางกลับ
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า รัฐบาลไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาค และช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

ศบก. ยัน ไม่มีเรือชักธงไทย ตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ
ทางด้าน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วย พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงการให้ความช่วยเหลือเรือมยุรี นารีว่า กระทรวงการต่างประเทศประสานประเทศโอมานในการเข้าช่วยเหลือกู้เรือ
นายกริชเพชร ยืนยันว่า ไม่มีเรือไทยที่ชักธง หรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน ลำที่ 2 เป็นลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน เป็นเรือบริษัทของคนไทย แต่จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ สถานะยังปลอดภัย
พล.ร.ต.จุมพล ระบุว่า กองทัพเรือสั่งการให้เสนาธิการทหารเรือประสานการปฏิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 4 ฉบับ ซึ่งวันที่ 6 มีนาคม ได้เชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินทางผ่านในพื้นที่นี้มาประชุม เนื่องจากสถิติของการขนส่งลดลงจาก 183 ลำ เหลือเพียง 3 ลำ
พล.ร.ต.จุมพล ยืนยันว่า กองทัพเรือติดตามประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมงและจัดทำคำแนะนำตามที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงสถานการณ์วางทุ่นระเบิด ปัจจุบันการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยาก เรือผ่านเพียงแค่ 1 ลำ ที่เหลือจอดที่ท่าทั้งหมด และในพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้น การเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือมีความเสี่ยง ซึ่งวานนี้ (12 มี.ค.) องค์การทางทะเลระหว่างประเทศออกมาตรการยกระดับเป็นพื้นที่ ที่งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% ซึ่งวันนี้ไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม เหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่
