วันที่ 31 มีนาคม. 2569 เวลา 11:47 น.
31 มี.ค 69 พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้นำหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เข้าจับกุมปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรฯ ลูกจ้าง (แบบสัญญาจ้าง) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและบัตรฯ ภายในที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายแรกให้ ปลัดอำเภอวังน้อย อดีตหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้รับทราบ หลังถูกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่งหน้าที่ , ร่วมกันทำใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ
และยังมีผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนเจ้าพนักงานร่วมกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่งหน้าที่ ร่วมกันทำใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ
จากการสังเกตเห็นว่าขณะอ่านหมาย ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน อยู่ในอาการวิตกกังวล มือสั่น น้ำตาคลอ สีหน้ามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบปากคำ
โดยปฏิบัติการชื่อว่า "ตัดบัตรกรุงเก่า" สืบเนื่องจาก ป.ป.ท. เขต 1 ได้รับเบาะแสการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีมีนายหน้านำพาบุคคลต่างด้าว ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่ อ.วังน้อย เพื่อทำบัตรประจำตัวบุคคล ที่ไม่มีสัญชาติไทย หรือ บัตรสีชมพู จำนวนมากผิดปกติ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ฝ่ายทะเบียนและบัตร ที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย ได้มีการออกบัตรชมพู ให้กับบุคคลต่างด้าวที่อายุไม่เกิน 15 ปี ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 รวมถึงมีการแจ้งย้ายบุคคลต่างด้าวดังกล่าว เข้าทะเบียนบ้าน 3 หลัง ในพื้นที่ พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ ยังพบ กล้องวงจรปิด ที่นายหน้านำกลุ่มเยาวชนมานั่งรอทำบัตรที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย ซึ่งการนำมาแบบนี้ จะมาเวียนมาวันละประมาณ 20 คน ต่อวัน ในห้วงเวลาดังกล่าว และเมื่อมีการออกบัตรชมพูแล้ว ก็จะมีการย้ายตัวต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งที่มีการแจ้ง บ้านร้าง 3 หลัง แต่กลับไม่มีการดำเนินการนั้น ไม่เป็นไปตามระเบียบ เพราะการขอมีบัตรเป็นครั้งแรก ต้องเรียกและตรวจสอบหลักฐานที่บ่งบอกถึงรายการบุคคลของผู้ขอ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ และเอกสารที่ทางราชการออกให้ ซึ่งหากไม่มีหลักฐาน จะต้องมีพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจากการตรวจสอบทั้งหมด ไม่พบว่ามีการสอบถ้อยคำพยานเพื่อยืนยันตัวบุคคลต่างด้าว และไม่พบเอกสารใดๆที่เป็นข้อมูลการทะเบียนบุคคล
พฤติกรรณของกลุ่มผู้ต้องหา คือมีการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จ เป็นจำนวนมากผิดปกติ โดยใช้บ้านร้าง ที่ไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง พบการจัดทำบัตรชมพูจำนวนมาก และพบการแจ้งย้ายออก เมื่อได้บัตรชมพูในเพียงไม่กี่วัน เป็นข้อพิรุธว่าย้ายเข้าบ้านร้าง เพียงเพราะต้องการทำบัตรชมพูเท่านั้น มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทน เจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอ หรือ ลูกจ้าง ส.ย. ของที่ว่าการ อ.วังน้อย ให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000 - 3,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 ราย


31 มีนาคม. 2569
31 มีนาคม. 2569