หน้าแรก > ต่างประเทศ

วันประวัติศาสตร์ นาซ่าส่งจรวดพร้อมนักบิน สำรวจ "ดวงจันทร์" อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 10:50 น.


เช้าวันที่ 2 เมษายน 2026 เวลา 05:35 น. (ตามเวลาประเทศไทย) จรวด Space Launch System (SLS) ภายใต้ภารกิจ Artemis II ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจรวด ณ Kennedy Space Center บรรทุกนักบินอวกาศ 4 ราย ได้แก่ Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen ในภารกิจนำนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ นับเป็นการกลับไปเยือนวงโคจรดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์ในรอบ 53 ปี

ประชากรกว่า 3 ใน 4 ของมนุษย์ปัจจุบัน เกิดขึ้นมาในโลกที่เคยมีมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์แล้ว แต่แม้กระนั้นก็ตาม ในประวัติศาสตร์เคยมีมนุษย์ไปเยือนวงโคจรของดวงจันทร์เพียง 24 คนเท่านั้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักบินอวกาศภายใต้โครงการอะพอลโล และเรายังไม่ได้กลับไปเยือนดวงจันทร์อีกเลยกว่า 53 ปีที่ผ่านมา

ครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้ง และเปิดยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศ ในขณะที่จุดประสงค์ของโครงการอะพอลโลนั้น เป็นการแข่งขันกับสหภาพโซเวียตในยุคของสงครามเย็น และการศึกษาทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์

ภายใต้ภารกิจของ Artemis นั้น NASA มุ่งเน้นที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของการปักถิ่นฐานของมนุษย์ระยะยาวผ่านสถานีอวกาศภาคพื้นผิวดวงจันทร์ และสร้างรากฐานของการส่งมนุษย์ไปเยือนดาวอังคาร

อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างมากก็คือ เทคโนโลยีในยุคของอะพอลโลนั้น ยังเป็นยุคเริ่มต้นของวิวัฒนาการคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ของยานทั้งลำในยุคนั้นยังเทียบไม่ได้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เราแต่ละคนกำลังอ่านบทความอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งยุคนั้นยังคงเป็นยุคของแอนะล็อกที่ต้องอาศัยปุ่มควบคุมจำนวนมาก กับแผงหน้าจอ CRT และกล้องถ่ายภาพที่ยังคงใช้ฟิล์ม

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต บวกกับตัวอย่างหินดวงจันทร์ที่โครงการอะพอลโลได้เก็บกลับมาบนโลก ทำให้สหรัฐอเมริกาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกต่อไปตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อมนุษยชาติมีเป้าหมายใหม่ที่จะไปเยือนดาวอังคาร เราจึงจำเป็นต้องกลับมาสนใจดวงจันทร์อีกครั้ง

การไปเยือนดวงจันทร์ในครั้งนี้ เป็นการกลับไปเยือนในยุคดิจิทัล ที่เต็มไปด้วยสมาร์ทโฟน แผงหน้าจอสัมผัส กล้องดิจิทัล และอุปกรณ์ทันสมัยอีกมากมาย แม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะทันสมัยกว่าในยุคอะพอลโลเป็นอย่างมาก แต่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยพิสูจน์มาก่อนในการเดินทางไปยังดวงจันทร์ ด้วยเหตุนี้การไปเยือนดวงจันทร์ของ Artemis II ครั้งนี้ จึงนับได้ว่าเป็นการ “อุ่นเครื่อง” และทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ณ ปัจจุบันว่าจะสามารถทำในสิ่งที่เราเคยทำไปแล้วเมื่อ 6 ทศวรรษก่อนได้โดยไม่มีปัญหา ก็ย่อมจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการไปเยือนดาวอังคารของมนุษยชาติ

ในภารกิจ Artemis II ในครั้งนี้ จะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 10 วัน โดยจะนำนักบินอวกาศทั้ง 4 ไปยัง Free-return trajectory หรือวงโคจรรอบโลกและดวงจันทร์ ภายใต้วงโคจรนี้ ต่อให้เครื่องยนต์เกิดเหตุขัดข้องประการใดก็ตาม แรงโน้มถ่วงก็จะยังคงนำพานักบินอวกาศวนกลับมายังโลกได้ ซึ่งนี่เป็นวงโคจรใกล้เคียงกับโครงการ อะพอลโล 8 และ อะพอลโล 13 ที่นำเหล่านักบินอวกาศกลับมายังโลกได้ปลอดภัย ภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุที่เกือบคร่าชีวิตนักบินอวกาศทั้งลำไปแล้ว

แต่ภารกิจครั้งนี้จะนำเหล่านักบินอวกาศในโครงการ Artemis II ไปไกลกว่ามาก ซึ่งจะทำให้นักบินอวกาศทั้ง 4 รายเป็นมนุษย์ที่เคยเดินทางไปไกลจากโลกที่สุดในประวัติศาสตร์โดยปริยาย

จรวด SLS ที่นำนักบินอวกาศทั้ง 4 ทะยานขึ้นจากฐานนั้น นับเป็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดที่เคยถูกสร้างขึ้นมา โดยก่อนหน้าจรวด Saturn V ของโครงการอะพอลโลนั้นครองตำแหน่งนี้มาตลอดเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา และปัจจุบันมีเพียงจรวด Star Ship ของ SpaceX ที่ทรงพลังกว่า แต่เคยผ่านเพียงภารกิจทดสอบเพียงเท่านั้น SLS จึงเป็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดที่มนุษย์เคยส่งขึ้นไปในวงโคจรรอบโลก

นอกไปจากนี้ โครงการนี้ยังนับเป็น “ครั้งแรก” อีกหลายประการ ตั้งแต่ภารกิจแรกที่นำนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์ด้วยกันถึง 4 รายพร้อมกัน นักบินอวกาศหญิงคนแรกที่จะไปเยือนดวงจันทร์, นักบินอวกาศผิวสีรายแรก และนักบินอวกาศคนแรกที่มาจากแคนาดา

ภายในระยะเวลาอีก 10 วันจากนี้ เหล่านักบินอวกาศจะทำการทดสอบระบบต่าง ๆ ก่อนที่จะจุดเครื่องยนต์เพื่อเข้าสู่วงโคจรเพื่อนำเหล่านักบินอวกาศโคจรไปยังด้านไกลของดวงจันทร์ ที่ซึ่งเหล่านักบินอวกาศจะเป็นมนุษย์ 4 คนแรกในรอบกว่า 6 ทศวรรษ ที่จะเห็น “Earthrise” หรือโลกขึ้นมาจากขอบฟ้าของดวงจันทร์

ภารกิจ Artemis II นี้ จึงเป็นก้าวสำคัญ ก่อนจะต่อยอดสู่ภารกิจ Artemis อื่น ๆ ตามมา มีเป้าหมายทดสอบระบบการลงจอดที่ผลิตโดยบริษัทเอกชนจากทั้ง SpaceX และ Blue Origin ก่อนที่จะนำมนุษย์กลับไปเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้งในที่สุด

เรียบเรียง : มติพล ตั้งมติธรรม - นักวิชาการ สดร

ที่มา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

ข่าวยอดนิยม