วันนี้ 6 เมษายน 2569 เวลา 18.54 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
- นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นางสุขสมรวย วันทนียกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- นายนิกร โสมกลาง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายวัชระพล ขาวขำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายสรรเพชญ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรีเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้พบกับท่านทั้งหลาย ในโอกาสที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี และมาถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป
การทำหน้าที่ของท่านนั้น มีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่ง คือ ผลต่อประชาชน ซึ่งควรจะต้องได้รับความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างหนึ่ง คือ ผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่ง คือ ผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน
หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกผลประโยชน์ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และมีความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน”

