หน้าแรก > อาชญากรรม

คอมมานโด รวบหนุ่มภูเก็ต เปิดบัญชีม้าหลอกลงทุนเสียหายนับล้าน

วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 23:29 น.


คอมมานโด รวบหนุ่มภูเก็ต เปิดบัญชีม้าหลอกลงทุนเสียหายนับล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. น.วันที่ 6 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ(บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุมนายกัน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้าที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2565 ผู้เสียหายได้เล่นโซเชียลพบแอพพลิเคชั่นไลน์ ได้ทักมาชวนร่วมลงทุน โดยจะได้ผลกำไรดี จึงได้เกิดความสนใจและร่วมลงทุน ซึ่งมีการหลอกให้ลงเงินเรื่อยมาเป็นเงินจำนวนกว่า 1,025,678 บาท แต่กลับไม่ได้ผลกำไรอย่างที่ตกลงกัน ต่อมาก็ไม่สามารถติดต่อแอพฯ ไลน์ดังกล่าวได้ จึงมั่นใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ธัญบุรี และมีการออกหมายจับไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายกัน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ตลิ่งชัน ก่อนจะลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาจะมาทำธุระแถวสถานีขนส่งสายใต้ จึงเร่งนำกำลังไปสังเกตุการณ์ จนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยนายกัน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงเบื้องต้นให้การว่าแฟนสาวได้นำบัญชีของตนเองรับจ้างเปิดบัญชีได้เงินมาจำนวน 300 บาท แต่ไม่ทราบว่าบัญชีถูกนำไปใช้รับเงินที่ได้จากการหลอกลวง เพิ่งมารู้ตอนที่ตำรวจนำหมายมาจับ ซึ่งหลังจากนี้จำฃะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี ดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากการตรวจสอบยังพบว่าช่วงปี 2568 ผู้ต้องหารายนี้ยังได้ก่อเหตุใช้แอพพลิเคชั่น “TIKTOK” หลอกผู้เสียหายให้ทำภารกิจโอนเงินร่วมลงทุน โดยแจ้งว่าจะได้ผลตอบแทนรายได้ดี และสามารถถอนเงินได้ตามปกติ รวมถึงหลอกให้อัปเกรทเงินลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 75,000 บาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายได้โน้มนาวให้โอนเงินเพิ่มอีก จึงสามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และจากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะมีหลายคน แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวน มีการนำบัญชีธนาคารทำการรับโอนเงินของผู้เสียหา มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท ซึ่งน่าจะนำบัญชีไปใช้กระทำผิดอีกหลายคดี

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม