หน้าแรก > ภูมิภาค

ปภ.ภูเก็ต โทรสารด่วนที่สุด เตรียมความพร้อมรับมือ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ช่วงวันที่ 1-4 มิ.ย.นี้

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 15:20 น.


กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต ได้ติดตามการคาดการณ์สภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง กอปรกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้มีประกาศฉบับที่ 6 (20/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่าในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน – 4 มิถุนายน 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีกําลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทําให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น บริเวณจังหวัดภูเก็ต จะมีฝนตกหนักได้ในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลันและน้ําป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ําไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย โดยจังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ําป่าไหลหลาก น้ําท่วมฉับพลัน และน้ําท่วมขัง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 4 มิถุนายน 2569

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์นํ้าท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก น้าท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 4 มิถุนายน 2569 กองอํานวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต จึงขอให้กองอํานวยการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอําเภอ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์สาธารณภัย ดังนี้

1. ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาวะอากาศและปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ฝนตกหนัก หรือบริเวณฝนตกสะสมและบริเวณพื้นที่สูง ดินอุ้มน้ําสะสม ซึ่งอาจทําให้เกิดอุทกภัย น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ แจ้งเตือนให้กับประชาชนในพื้นที่ รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว และจัดเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือได้ทันที

2.สําหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากมีฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประกาศแจ้งเตือน และปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด กรณีเกิด สถานการณ์อุทกภัยในทางลอดหรืออุโมงค์ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปิดกั้นพื้นที่จราจรและสูบน้ําออกโดยเร็วเพื่อบรรเทาการจราจรที่ติดสะสมและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ เสี่ยงภัยดังกล่าว ตลอด 24 ชั่วโมง สําหรับพื้นที่ที่มีสถานการณ์น้ําท่วมขัง ขอให้ระมัดระวังอันตราย จากกระแสไฟฟ้ารั่ว ในกรณีที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายให้ตัดกระแสไฟฟ้าทันที

3.กรณีคลื่นลมแรง ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือน ประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเล และแจ้งนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ําทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาด แจ้งเตือนการเดินเรือ โดยให้ชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ให้มากขึ้น และหากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามการเดินเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ๔. หากเกิดสถานการณ์น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก น้ําท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ให้เร่ง การระบายน้ํา จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ําล้นตลิ่ง น้ําท่วมขัง โดยเฉพาะในบริเวณที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ํา ไว้แล้ว ให้ดําเนินการเดินเครื่องสูบน้ําทันทีก่อนปริมาณน้ําถึงระดับวิกฤติ และในบริเวณที่คาดว่าจะมีสถานการณ์ น้ําท่วมฉับพลัน น้ําล้นตลิ่ง และน้ําท่วมขัง ให้ดําเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ําเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการระบายนํ้าในพื้นที่

4. ในพื้นที่เสี่ยงน้ําป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ให้จัดเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัคร เฝ้าระวัง สถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ปริมาณน้ําตั้งแต่ ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา สังเกตการเปลี่ยนแปลงสี และความขุ่นของน้ํา รวมทั้งติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือน และใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์แจ้งเตือนที่มีอยู่ในพื้นที่ หากคาดการณ์ว่าจะเกิดน้ําป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่ม ให้แจ้งเตือนประชาชนอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย กรณีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ํามีความเสี่ยงจากน้ําป่าไหลหลาก น้ําล้นตลิ่ง และน้ําท่วมขัง แจ้งเตือน ประชาชนให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัย ให้แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอําเภอในพื้นที่ รวมทั้ง สามารถแจ้งผ่านทางโทรศัพท์สายด่วนนิรภัย 1784 ทางโทรศัพท์หมายเลข 076 510 098  หรือแจ้งผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยดําเนินการเพิ่มเพื่อน Line ID : @1784DDPM และกําชับให้เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ ประจําอยู่ในสํานักงานและอยู่ในพื้นที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

6.หากเกิดเหตุสาธารณภัย และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ได ให้เร่งดําเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ให้กองอํานวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยอําเภอที่ได้รับผลกระทบ ดําเนินการสรุปสถานการณ์และรายงานให้กองอํานวยการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ทราบต่อเนื่องทุกวัน ทางโทรสารหมายเลข 076 510 097 หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ phuketdisaster@gmail.com ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์ จะเข้าสู่สภาวะปกติจึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดําเนินการ

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม