24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2569
>> หนุ่มใหญ่ขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักพลิกคว่ำ เสียชีวิตในพงหญ้าข้างทาง จ.สุโขทัย
06.28 น. ศูนย์ประสานงานสมาคมอาสาสมัครร่วมกตัญญู จุดสวรรคโลก รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ริมถนน บริเวณบ้านกรงทอง ม.5 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ลักษณะล้มคว่ำอยู่ในพงหญ้าข้างทาง ใกล้กันพบร่างของ ผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 47 ปี
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวรรคโลก พร้อมกับแพทย์เวรรพ.สวรรคโลก ร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งวัดกรงทอง เพื่อให้ทางครอบครัวได้ดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป
>> รวบสาวบัญชีม้า ฝันหวานงานคาสิโน ถูกพาข้ามแดนเปิดบัญชีปอยเปต รับค่าจ้าง 2 พันต่อบัญชี ก่อนหมายจับตามถึงบ้าน
08.00 น. ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม จับกุมโดย พ.ตท.ธวัชชัย ทิพย์วงศ์ สว.สส.ฯ จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ร่วมกันจับกุมตัว หญฺิงสาว อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาคดี “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง เป็นผู้สนับสนุนการร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ โดยจับกุมได้บริเวณ หมู่ 2 ตำบลตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
คดีนี้สืบเนื่องเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ผู้เสียหายได้รับข้อความอินสตราแกรม ชักชวน ให้ทำงานเสริมโดยการโปรโมตสินค้า และได้ค่าตอบแทน โดยส่งลิงค์ มาให้และผู้เสียหายได้เข้าไป โดยครั้งแรกโอนเงินไป 500 บาท เพื่อเริ่มทำการโปรโมทสินค้า ได้ค่าตอบแทน 683 บาท ครั้งที่ 2 โอนไปบัญชีของระบบ 1000 บาท ได้ค่าตอบแทน1743 บาท ต่อมาครั้งที่ 3 โอนไปบัญชีของระบบ 10,000 บาท พอโปรโมทสินค้า แต่ในระบบแจ้งว่าไม่สามารถ ถอนเงินได้เนื่องจากทำผิด โปรโมทไม่ผ่าน ให้โอนเงินเข้าไปอีก โดย โอนเพิ่มไปทั้งหมดรวม 138,050 บาท ระบบก็ยังไม่สามารถถอนเงินค่าโปรโมทสินค้าได้ และให้โอนเข้าระบบเรื่อยๆ ตนจึงคิดว่าถูกหลอกแน่นอน จึงทักไปยัง อินสตราแกรมมี่ชักชวน ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ลยคิดว่าโดนหลอกแล้วและได้เดินทางแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีคนร้ายให้ถึงที่สุด
สอบถาม ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนได้รับการชักชวนจากเพื่อนไปทำงานคาสิโนที่ฝั่งกัมพูชา ตนจึงตอบตกลงไปเนื่องจากอยากหางานทำ พอไปถึง ดันกลายเป็นว่า ให้เราไปเปิดบัญชี และทำการแสกนหน้า โดยเปิดบัญชีทั้งหมด 3 บัญชี ได้ค่าเปิด บัญชีละ 2000 บาท เปิดเสร็จตนก็กลับมาฝั่งไทย จากการตรวจสอบเคสไอดีการแจ้งออนไลน์ พบมีผู้เสียหาย 20 กว่าราย
>> เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวง ไล่ติดตามสกัดจับ แม่-ลูก ผู้ต้องสงสัยลักตัดสายไฟส่องสว่าง พบของกลางซุกในถุงดำ จ.ชลบุรี
08.30 น. เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงเขาไม้แก้ว ได้รับแจ้งเหตุ พบผู้ต้องสงสัยกำลังก่อเหตุลักตัดสายไฟฟ้าของระบบไฟส่องสว่าง ริมถนนหมายเลข 331 เส้นทาง สัตหีบ - เขาหินซ้อน ในพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเร่งประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบไปตรวจสอบ
โดย น.ส.ปัญญาทิพย์ พนักงานโยธาหมวดทางหลวงเขาไม้แก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงพลเมืองดีที่พบเห็นเหตุการณ์ ได้ช่วยกันไล่ติดตาม จนกระทั่งปิดล้อมผู้ต้องสงสัย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปภายในซอยข้างสถานีบริการน้ำมัน แต่รถเกิดเสียหลักล้ม จนถูกเจ้าหน้าที่และประชาชนควบคุมตัวไว้ได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสายไฟอยู่ภายในถุงดำ พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตัดสายไฟ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 60 ปี และเยาวชนชาย อายุ 16 ปี ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นแม่และลูกกัน
เบื้องต้น น.ส.ปัญญาทิพย์ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุลักสายไฟในพื้นที่ แต่ทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายด้วยความเป็นธรรมต่อไป
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัยบริเวณตู้ควบคุมไฟ เสาไฟ หรือแนวสายไฟริมถนน ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
>> "นายกฯ อนุทิน" เดินทางถึงท่าอากาศยานน่านนคร เพื่อปฏิบัติภารกิจติดตามสถานการณ์อุทกภัย
10.37 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน เพื่อเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ให้การต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ในพื้นที่
นายกฯ ลงพื้นที่ จ.น่าน สั่งเร่งช่วย-ฟื้นฟู กำชับเตือนมวลน้ำล่วงหน้า ย้ำ “อย่ารอให้น้ำมาถึง” เตรียมพื้นที่ท้ายน้ำรับมวลน้ำทันที
นายกฯ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนอย่างเต็มที่ แม้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด
นายกฯ ย้ำว่า อะไรที่ดำเนินการได้ให้ทำทันที เรื่องใดติดขัดหรือเกินกำลังพื้นที่ให้รายงาน เพื่อรัฐบาลจะได้สนับสนุนอย่างเต็มพร้อมกำชับจ.สุโขทัยและจังหวัดตอนล่างที่อยู่ในเส้นทางมวลน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำยม พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่เคยน้ำท่วมซ้ำ ให้เตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งระบบป้องกันและระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เรือ เจ้าหน้าที่ ศูนย์พักพิง และเส้นทางอพยพ
สุดท้าย นายกฯ เน้นย้ำเรื่องการเยียวยา ขอให้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ รวดเร็ว ไม่ล่าช้า นำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดปัญหาด้านเอกสาร นอกจากนี้ ขอให้การจัดหาอาหารเน้นคุณภาพ ปริมาณเหมาะสม และจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป
>> รถ จยย.ชนกับรถบรรทุก 4 ล้อเล็กอย่างแรง เด็กชายวัย 1 ขวบ ร่างกระเด็นเสียชีวิตกลางถนน จ.กระบี่
10.38 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สายเหนือคลอง - แหลมกรวด บริเวณก่อนถึงสี่แยกบ้านนาวงหมู่ที่ 1 ตำบลคลองเขม้า อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ซูซุกิ สีขาว ป้ายทะเบียน กระบี่ และ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นแอ็กซ์แม็กซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน กระบี่
ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ ชายไทย อายุ 24 ปี ผู้ขับขี่รถ จยย. เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร กู้ชีพ - กู้ภัย ช่วยเหลือและนำส่ง รพ.เหนือคลอง และ หญิงไทย อายุ 24 ปี, เด็กชาย อายุ 6 ขวบ ซ้อนท้ายรถ จยย. นำส่ง รพ.กระบี่ ซ้อนท้ายรถ จยย. ส่วนที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กชาย อายุ 1 ขวบ นั่งด้านหน้าคนขับขี่ จยย.
โดยเบื้องต้น พฤติกรรมการขับขี่ รถจักรยานยนต์ มีชายไทย เป็นผู้ขับขี่ มุ่งหน้าอำเภอเหนือคลอง เมื่อมาถึงสถานที่เกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ซึ่งมี ชายไทย อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ในทิศทางจราจรตรงข้าม ทำให้เด็กชาย วัย 1 ขวบ ซึ่งนั่งด้านหน้าผู้ขับขี่ จยย.(ไม่สวมหมวกนิรภัย) กระเด็นตกจากรถและเสียชีวิตบริเวณที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 คน กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาล ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหนือคลอง
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
10.44 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 170 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนทางหลวงหมายเลข 219 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.บุรีรัมย์
12.27 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 219 ใกล้เคียง วิทยาลัยการอาชีพสตึก ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะบียน สุรินทร์ ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และ ผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก
>> จ.นนทบุรี หนุ่มไรเดอร์ชนท้ายรถกระบะก่อนเสียหลักล้ม เก๋งตามหลังเบรคไม่ทันทับซ้ำดับ
14.40 น. สภ.บางบัวทอง พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ขาเข้า ก่อนข้ามสะพานคลองคันแอน ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 29 ปี หนุ่มไรเดอร์ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถกระบะ สีดำ ทะเบียน กทม. บริเวณไฟท้ายด้านขวามีร่องรอยถูกชนเสียหาย ห่างออกไปกว่า 50 เมตรพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ ด้านหน้ารถมีร่องรอยพังเสียหาย ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้ยังมีรถที่เกี่ยวข้องเป็นรถยนต์ SUV ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กทม. จอดอยู่มีความเสียหายที่กันชนด้านหน้า ขณะที่กล้องวงจรปิดของทางร้านอาหารใกล้ที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ในช่วงจังหวะที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตล้มข้างรถยนต์กระบะและถูกรถยนต์เก๋งชนและทับซ้ำ
คนขับรถยนต์กระบะกล่าวว่า ตนเองมาพูดคุยธุระเรื่องงานที่ร้านอาหารใกล้จุดเกิดเหตุ หลังคุยเสร็จก็ขับรถเลี้ยวซ้ายออกจากร้านมา ซึ่งขณะนั้นรถตั้งตรงอยู่ในช่องจราจรบนถนนแล้วจู่ๆ รถจักรยานยนต์ก็พุ่งชนท้ายจนทำให้รถเสียหลักล้มไปทางด้านขวาและถูกรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังมาชนและทับซ้ำดังกล่าว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับเก็บกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานโดยหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบไปทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ซอยเอกชัย 90 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
15.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเอกชัย 90 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหายที่นอน พัดลมตั้งพื้น เก้าอี้ ลุกลามฝาผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน
>> รวบ 4 ผู้ต้องหา คาด่าน ยึดยาบ้า 9 เม็ด ไอซ์ 0.58 กรัม พบสารเสพติดในร่างกาย
16.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐิรวิทย์ บุษบัน รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผกก.5 บก.จร. และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง นำกำลังตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และป้องกันอาชญากรรม บริเวณหน้าแขวงการทางแสมดำ ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว-ดำ ทะเบียน ระยอง ขับผ่านจุดตรวจ โดยมีชายหญิงรวม 4 คนโดยสารมาในรถ และมีลักษณะพิรุธต้องสงสัยคล้ายผู้มีอาการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนดำเนินการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน ชนิดเม็ดกลมแบนสีส้ม มีอักษร WY จำนวน 9 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของบริเวณระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน บรรจุในถุงพลาสติกใสแบบซองซิป จำนวน 1 ถุง น้ำหนักพร้อมถุงประมาณ 0.58 กรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณเสื้อชั้นในด้านซ้ายของผู้โดยสารหญิง
จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ให้การยอมรับว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่โรงพยาบาลบางปะกอก 8 โดยผู้ต้องหายินยอมและสมัครใจ ผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เสมา 1 เผย น้ำท่วมจังหวัดน่าน สั่งปิดสถานศึกษา 97 แห่ง ย้ำชัด ที่ใดยังไม่พร้อมไม่จำเป็นต้องรีบเปิด เผย การเรียนการสอนปรับตามความเหมาะสมได้
16.45 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางลงจังหวัดน่านแล้วติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเปิดเรียน โดยเฉพาะโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางเข้า - ออกสถานศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้สั่งปิดสถานศึกษากรณีพิเศษจำนวน 97 แห่งในช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ส่งผลให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเปิดพื้นที่สถานศึกษาและหน่วยงานที่ปลอดภัยเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 13 แห่ง และประสานหน่วยงานทุกภาคส่วนดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
“วันนี้ผมเดินทางมาจังหวัดน่าน เพื่อมาดูสถานการณ์จริง รับฟังปัญหาจากพื้นที่ และกำกับการช่วยเหลือให้ถึงมือนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนโดยเร็วที่สุด สิ่งแรกที่เรายืนยันคือ ความปลอดภัยต้องมาก่อน โรงเรียนใดยังไม่พร้อมไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดเรียน ต้องตรวจสอบอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสภาพแวดล้อมให้มั่นใจก่อน ส่วนการเรียนการสอนสามารถปรับรูปแบบได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับเด็ก ครู และครอบครัว
>> จนท. ติดป้ายเตือนสะพานชำรุด หลังฝนตกหนัก น้ำท่วมถนนในสังขละบุรี
16.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเกิดฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่องมาหลายวันในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทำให้เส้นทางถนนหลวงสาย 323 ระหว่าง อ.ทองผาภูมิ ไป อ.สังขละบุรี ระยะทาง 90 กิโลเมตร มีน้ำท่วมขังถนน ความสูง 40 เซนติเมตร 2 แห่ง บริเวณหมู่บ้านเกิงเวีย ต.ชะแล และมีก้อนหินขนาดใหญ่ความสูง 2 เมตร ความกว้าง 3 เมตร ตกลงจากหน้าผาข้างทาง บริเวณก่อนถึงหมู่บ้านปรังเผย โดยถนนตลอดสายได้รับความเสียหาย เป็นหลุมตลอดทาง
ส่วนบริเวณสะพานไม้อุตมานนุสรณ์ หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเสียง ได้มีทางปกครองอำเภอสังขละบุรี เทศบาลวังกะ ปภ.ทองผาภูมิ นำป้ายมาติดเพื่อการประชาสัมพันธ์สะพานชำรุด เพิ่มความระวังเป็นพิเศษและปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
โดย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี ได้สั่งการตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เตรียมความพร้อมในที่ตั้ง เกรงจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างน้ำท่วม จะได้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
>> หนุ่มนิรนาม ขี่รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าข้างทาง เสียชีวิต ริมถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก จ.ปทุมธานี
18.31 น. กู้ภัยร่มไทรลำลูกกา ปทุมธานี รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก (ทล.9) ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ลักษณะชนกับเสาไฟ ห่างออกไปเล็กน้อย พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 30 ปี ยังไม่พบเอกสารติดตัว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน พระรามที่ 2 ซอย 76 เสียหายวอดทั้งห้อง
19.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพระรามที่ 2 ซอย 76 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้เสียหายที่นอน เสื้อผ้า พัดลม เก้าอี้ ผนัง และหน้าต่าง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน
>> โฆษก ทบ. ปฏิเสธปมถูกกล่าวอ้างส่งเฮลิคอปเตอร์ ยิงวัยรุ่น อ.จะแนะ ยืนยันบินเพื่อลาดตระเวนเท่านั้น
19.05 น. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่มี สส.รายหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยอ้างรายงานจากประชาชนในพื้นที่ อ.จะแนะว่า มีกลุ่มวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ระบุว่า
ข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งในมิติทางยุทธการและยุทธวิธี เนื่องจากการใช้อากาศยานของกองทัพบกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) มีไว้เพื่อการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศเท่านั้น ไม่เคยมีการนำเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมาใช้โจมตีเป้าหมายแต่อย่างใด
สำหรับการใช้กำลังอาวุธต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต. เจ้าหน้าที่จะใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเสมอ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนจาการปฏิบัติการที่ผ่านมา เช่น การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยตามหมายจับ หากไม่มีการต่อสู้ขัดขืนหรือใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการใช้อาวุธจากเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการใช้อาวุธจะดำเนินการในลักษณะเพื่อการป้องกันตัว ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสากล
การนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างกระแสข่าวที่ยังไม่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสม และมีลักษณะเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียวแล้ว ยังก่อให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ประสานงาน หรือสอบถามผ่านช่องทางทางการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะข้อมูลหลายอย่างในพื้นที่ จชต. ที่ไม่สามารถตัดสินได้จากการบอกเล่าเพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ มาร่วมพิจารณาด้วยเสมอ ซึ่งกรณีดังกล่าว อาจนำมาซึ่งความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจรวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงภาวะวิกฤต
ทั้งนี้ ในระยะหลังพบว่ามีการพาดพิงการทำงานของหน่วยงานรัฐโดยอ้างอิงข้อมูลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองบ่อยครั้ง จึงขอให้สังคมและผู้บริโภคสื่อพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากพฤติการณ์เช่นนี้อาจเข้าข่ายการใช้กลยุทธ์สื่อสารเพื่อชี้นำสังคม และสร้างทัศนคติเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่รวมถึงหน่วยงานรัฐได้
>> ผู้ว่านราธิวาส แถลงสรุป “40 จุด” เหตุป่วนเมือง ยกระดับคุมเข้ม 7 โซน แจงชัด ฮ.ไร้อาวุธ ไม่ได้ยิงประชาชน
19.30 น. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ 40 เหตุการณ์ ได้แก่ วางเพลิง 9 แห่ง, ระเบิด 15 แห่ง, ก่อกวน เช่น เผายาง/ทำลายกล้อง CCTV 13 แห่ง และ ลอบยิง 1 แห่ง ใน อ.จะแนะ
ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ อาคาร อบต. 4 แห่ง รถยนต์ราชการ 5 คัน รถส่วนบุคคล 4 คัน เครื่องจักรกลหนัก 18 คัน โรงงานรับซื้อไม้ยาง 1 แห่ง และบ้านเรือน 2 หลัง
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของ ศอ.บต. พร้อมจัดหาสถานที่ปฏิบัติงานชั่วคราวให้ อบต. ที่ได้รับความเสียหาย โดยย้ายไปให้บริการประชาชนที่ว่าการอำเภอ เพื่อไม่ให้บริการประชาชนหยุดชะงัก
นอกจากนี้ ได้สั่งยกระดับความปลอดภัย โดยบูรณาการฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ แบ่งพื้นที่ 7 โซน ยกระดับการรักษาความปลอดภัย โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เศรษฐกิจ ทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง โรงงาน และสถานที่สำคัญ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมน่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทันที ขณะที่ ความคืบหน้าด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายทุกคดี ย้ำสอบสวนรอบคอบ ตรวจสอบได้
ด้าน ฉก.นราธิวาส แจงเหตุ “ฮ.ยิงประชาชน” ยืนยันไม่เป็นความจริง พ.อ.อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ชี้แจงกรณีข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ไม่มีการนำอาวุธขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และไม่มีการยิงใส่ประชาชนตามที่มีการกล่าวอ้าง
การนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินทันทีหลังเกิดเหตุ เป็นภารกิจ ลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน ประสานข้อมูลจุดเกิดเหตุ การตั้งจุดตรวจ–จุดสกัด และช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนกรณีพบกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากในหลายจุด เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปวิเคราะห์ข่าวสารร่วมกับกำลังภาคพื้นดิน โดย ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีเจตนาไม่ดี พร้อมประสาน 3 ฝ่าย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
>> เกิดเหตุเพลิงไหม้-ระเบิด ภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ ปัตตานี เจ้าหน้าที่เร่งเข้าพื้นที่
21.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้และมีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรงภายในสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยหน่วยดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังและรถน้ำดับเพลิงเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน โดยอยู่ระหว่างการปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ไม่ให้ขยายวงกว้างไปยังอาคารข้างเคียง
เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย รวมถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และการระเบิดในครั้งนี้อย่างละเอียด ว่ามาจากอุบัติเหตุหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ รวมถึงอยู่ระหว่างการเอ็กซเรย์พื้นที่เพื่อยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ หากมีความคืบหน้าและรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> ไฟไหม้พระวิหาร วัดดังเมืองฝาง จนท.พร้อมรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำ จ.เชียงใหม่
21.53 น. มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่เขตฝาง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในวัดอุทกวารี (ดงป่าลัน) ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเพลิงไหม้ภายในพระวิหารของวัด ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพชรเกษม, รถดับเพลิงเทศบาลตำบลบ้านแม่ข่า และรถดับเพลิง ของเทศบาลตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง จนสามารถควบคุม และเพลิงสงบเมื่อเวลา 22.30 น. ในส่วนของความเสียหายและสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พื้นที่ สภ.ฝาง