วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 15:22 น.
ตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ ค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวบ 186 ราย ของกลาง 228 กระบอก พร้อมระเบิดและกระสุนกว่าพันนัด
วันนี้ (25 ส.ค.69) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 3 บก.สอท.2 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมาย โดยปฏิบัติการครั้งนี้ตรวจค้นกว่า 200 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งมีจุดตรวจค้นสำคัญ จำนวน 16 จุด ในพื้นที่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง อุดรธานี สุพรรณบุรี สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช จนนำมาสู่การจับกุม ผู้ต้องหา186 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 228 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 33 กระบอก ไม่มีทะเบียน จำนวน 194 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 1,294 นัด อุปกรณ์ส่วนควบ อาวุธปืน 27 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ลูก โดยมีผลการปฏิบัติ ดังนี้
บก.สอท.1 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 22 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน 25 กระบอก อุปกรณ์ส่วนควบ 22 รายการ และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 50 นัด
โดยเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนจับกุมจากบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีพฤติการณ์โพสต์ขายอาวุธปืนในกลุ่มสาธารณะ จึงติดต่อล่อซื้อ จนนำมาสู่การจับกุม นายภา (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน โดยจับได้ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลไปยังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอีกราย นำมาสู่การเข้าจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้น 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วน บก.สอท.2 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 38 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 49 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 463 นัด อุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 4 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ลูก
หลังทีมสืบสวนพบการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนผ่านแอปพลิเคชันชื่อดัง โดยบัญชีที่ตรวจสอบพบมีผู้ติดตามจำนวนกว่า 1,500 คน โดยปกปิดว่าเป็นการจำหน่ายอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์แคมป์ปิ้งและอุปกรณ์เดินป่า และตรวจสอบรวบรวมข้อมูล บุคคลที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผ่าน LINE Official จนนำมาสู่การขอหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด ในพื้นที่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี และนำมาสู่ผลการปฏิบัติดังกล่าว
และในส่วน บก.สอท.3 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 61 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 71 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 139 นัด
โดยกรณีดังกล่าว สืบสวนมาจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บังจร” ได้โพสต์ขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนในกลุ่มเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มดังกล่าวจนพบข้อมูลว่า “บังจร” มีพฤติกรรมรับดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน ให้สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ และจากการตรวจสอบยังพบอีก “บังจร” มีหน้าร้านเปิดซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ และมีอุปกรณ์เครื่องกลึงเหล็ก รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้จริง จนนำมาสู่การขอศาลออกหมายค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี และเข้าจับกุมตัวพร้อมของกลางดังกล่าวได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีผลการปฎิบัติของ บก.สอท.4 และ บก.สอท.5 โดยบก. สอท.5 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 33 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 40 กระบอก (อาวุธสงคราม จำนวน 1 กระบอก) อุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 1 รายการ และกระสุนปืน จำนวน 563 นัด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีต่อไป






