วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 05:32 น.
สืบสุทธิสาร รวบ 4 หนุ่มแก๊งลักรถจักรยานยนต์ สารภาพ ได้รถเป้าหมาย ยกขึ้นซุกรถตู้ ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 26 ส.ค.ที่สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิสิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.สุรพันธ์ พันเปี่ยม รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร แถลงผลจับกุมเครือข่ายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหารวม 4 ราย เป็นชายไทย
พร้อมด้วยของกลาง รถตู้ สีขาว จำนวน 2 คัน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร และทะเบียน อุบลราชธานี (ดัดแปลงสภาพไว้ขนรถจยย.) และรถจักรยานยนต์ของกลาง เป็นยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทั้งหมดรวม 6 คัน ประกอบด้วย รุ่นเวฟ 125 สีขาว ทะเบียน ชลบุรี 1 คัน, เวฟ รุ่นสเปเชียลลิมิเต็ด (รุ่นใหม่ล่าสุด) สีดำ 2 คันไม่ติดป้ายทะเบียน, เวฟไอ สีดำ ทะเบียน ระยอง 1 คัน และเวฟรุ่น 125 สีบอร์นดำ ไม่ติดป้ายทะเบียนอีก 1 คัน และแผ่นป้ายทะเบียน อีก 2 แผ่น ซึ่งทั้งสองคันนี้ แจ้งหายไว้ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์)
พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้มีการจับกุมเครือข่ายแก๊งลักรถส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569 จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่ารถจักรยานยนต์หายจำนวนหลายคัน จึงวางแผนทำการล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งมอบรถบริเวณปั๊มน้ำมัน ซอยลาดพร้าว 44 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
โดยศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหา "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ" คือ นายสอ และนายวอ ก่อนนำกำลังไปตรวจค้นจับกุมนายณอ ผู้ต้องหา และสามารถขยายผลไปจับกุมคนขับรถตู้ ได้อีก 2 ราย ทำหน้าที่ขนรถจักรยานยนต์เพื่อไปส่งผู้สั่งการในประเทศเพื่อนบ้าน
ผบก.น.2 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้าง ในการลักต่อกันประมาณ 23,000-25,000 บาท ส่วนคนขับรถตู้ได้คันละ 2,500 บาท ซึ่งรถตู้สามารถบรรจุรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้เที่ยวละ 4 คัน ตกประมาณ 10,000 บาท โดยทำตามออเดอร์ จากผู้สั่งการ ส่วนใหญ่จะเลือกยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ส่วนพฤติการณ์จะมีการ ออกไปก่อเหตุในแต่ละคืนเป็นคู่แต่ละครั้ง จะได้รถจักรยานยนต์ รอบละ 2 คัน เลือกรถที่ลักได้ง่าย เมื่อต่อสายตรงแล้วจะนำไปเก็บไว้ จากนั้นจะเปลี่ยนชุดเสื้อผ้า ก่อนนำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ไปใช้ก่อเหตุเพื่อปกปิดอำพราง จากนั้นจะโทรบอกกับ ผู้สั่งการที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านว่าได้รถแล้วและทางผู้สั่งการจะส่งรถตู้มารับที่ในภาคอีสานใกล้ชายแดน
พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวอีกว่า สำหรับนายวอ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตัวก่อเหตุลักรถของกลาง ให้การอ้างว่า ทำมาประมาณ 7 เดือน ไม่ต่ำกว่า 100 คัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างขยายผลติดตามรถที่ถูกโจรกรรมเพิ่มเติม และติดตามผู้เสียหายมาดูรถของกลาง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุหลายท้องที่ทั้งกรุงเทพและปริมณฑล
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารดำเนินคดี และประสาน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานีมารับตัวดำเนินคดีเพิ่มเติม
รายงานข่าวแจ้งว่า นายจิมมี่ สัญชาติลาว เป็นผู้สั่งการจากประเทศลาว เพื่อสั่งออเดอร์ให้กับคนขับรถตู้



