หน้าแรก > ภูมิภาค

ตำรวจองครักษ์ บุกตรวจค้นโรงงานลอบผลิตสารสกัดกัญชา ยึดของกลางกว่า 55 กิโลกรัม

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 16:02 น.


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครนายก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.องครักษ์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอองครักษ์ เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก  จากการเข้าตรวจค้นพบ หญิง อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลและครอบครองสถานที่ดังกล่าว ตรวจสอบภายในบ้านมีการดัดแปลงห้องและติดตั้งระบบระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสารสกัดกัญชาและกัญชาอัดแท่ง อย่างครบวงจร

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ ดอกกัญชาแห้ง น้ำหนักรวมประมาณ 55 กิโลกรัม, ผลิตภัณฑ์กัญชาสกัดและแปรรูป (เช่น เยลลี่ผสมกัญชา, น้ำมันกัญชา, กัญชาสกัดแผ่นแช่แข็ง), เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต (เครื่องอัดไฮดรอลิก, ตู้แช่แข็ง, เครื่องอบ, เครื่องกรองน้ำ, ถังบรรจุเอทานอล) รวมถึงรถยนต์ จำนวน 1 คัน ที่จอดอยู่บริเวณนอกบ้าน

จากการสอบสวนขยายผล หญิงคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่า สถานที่ดังกล่าวลักลอบผลิตมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยผลิตทุกวัน วันละหลายสิบกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น ทราบว่าเพิ่งมีการขนย้ายของออกไปเป็นจำนวนมาก และเหลือเพียงของกลางบางส่วนเท่านั้น และให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากชายชาวต่างชาติ 2 ราย ว่าให้มาทำหน้าที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตเกี่ยวกับการผลิตสารสกัดจากกัญชาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กัญชาแปรรูปดังกล่าวถูกส่งกระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สมุย และภูเก็ต ซึ่งจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งทั่วไปรวมถึงมีรถมารับถึงที่ นอกจากนี้ ขบวนการดังกล่าวยังมีการนำกัญชาแปรรูปใส่ในขวดยาสระผมเพื่อแอบลักลอบหิ้วออกไปยังต่างประเทศหลายประเทศอีกด้วย

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีในฐาน “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมทั้งควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ และเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้จ้างวานชาวต่างชาติรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม