24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 ก.พ.69
>> เหยื่อถูกลุงสัปเหร่อลวนลาม ให้ปากคำตำรวจเพิ่ม เตรียมขยายผล
12.00 น. กลุ่มหญิงสาวจำนวน 6 คน เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตำรวจกองปราบปราม ตามนัดหมาย ในคดีถูก “ลุงสนม” สัปเหร่อชื่อดังในพื้นที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ลวนลามและอนาจาร โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่าย ที่เกิดจากการถูกสัปเหร่อใช้มีดโกนขนลับแล้วเหยื่อขัดขืนจนถูกบาด มามอบให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อประกอบการพิจารณา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อสังคม ขณะนี้เริ่มมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบพยานไปแล้ว 2-3 ปาก และยังมีผู้ที่ไม่กล้าออกมาจึงได้ติดต่อประสานไปเพื่อให้มาเข้าให้ข้อมูล เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจและเข้าตามหลักเกณฑ์
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลอกล่อเพื่อให้เกิดการบริจาคก็เข้าข่ายการฉ้อโกง เมื่อเหตุเกิดขึ้นหลายๆราย ก็จะกลายเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน จึงอยากทำให้เป็นอุทาหรณ์กับอีกหลายสำนักที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขณะเดียวกันกรณีดังกล่าวนี้ มองว่าอาจจะมีหน้าม้าหรือมีคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีซากศพของเด็กที่ถูกฝังในพื้นที่ของสัปเหร่อจำนวนกว่าหลายร้อยรายนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นศพที่มีชีวิตมาก่อน ก็จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป และคิดว่าน่าจะมีการขุดขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ DNA
>> ตำรวจขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสน ล่าโจรไม้ยาวบุกเดี่ยวสอยทอง 26 บาท
14.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่าการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองกรุงเทพเยาวราช ตั้งอยู่หมู่ 12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น โดยคนร้ายสามารถชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท รวมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท หลบหนีไป
ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ตั้งรางวัลนำจับเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท กับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำสู่การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด 06-4521-5874 พ.ต.ท.ชนธรรม นิลทมร รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านเป็ด 09-2965-5353 และ 191 ได้ทันที ซึ่งทางตำรวจจะเก็บข้อมูลผู้แจ้งไว้เป็นความลับทั้งหมด”
>> ผกก.สน.มีนบุรี ตั้งกรรมการสอบ “สิบเวร” หลังผู้ต้องหาเสียชีวิตในห้องขัง
14.30 น. จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ นายพร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดี ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จบชีวิตตัวเองภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.มีนบุรี หลังถูกจับกุมตัวได้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา
ต่อมา พ.ต.อ.สมโภช ทองมูล ผู้กำกับการ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่า ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวอยู่ตลอด โดยหลังจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบปากคำที่โรงพักในเวลา 20.30 น. ซึ่งระหว่างสอบปากคำพบว่า ผู้ตายมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และแจ้งว่าตนต้องรับประทานยารักษาอาการจิตเวช แต่ยาหมดแล้ว
หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ตายเข้าห้องควบคุมในเวลา 01.30 น. พร้อมกำชับให้ สิบเวร , สารวัตรปราบปราม รวมถึงผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องเดียวกัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
จนกระทั่งเวลา 05.55 น. ผู้ตายได้ก่อเหตุผูกคอเสียชีวิต โดยในช่วงเกิดเหตุมีผู้ต้องหาอีก 1 รายอยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งให้ข้อมูลว่า นอนหลับอยู่และไม่เห็นเหตุการณ์ ก่อนที่สิบเวรจะเข้ามาตรวจสอบและพบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางผู้กำกับการ สน.มีนบุรี ได้มีคำสั่ง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสิบเวร ว่าเข้าข่ายบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่
>> พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน
15.00 น. ที่วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งบุกจับนักเรียนเป็นตัวประกัน โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกฤตการณ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมท่ามกลางข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยเนืองแน่น
ทันทีที่เดินทางถึงนายกรัฐมนตรีได้เข้าปลอบขวัญนายเจษฎา สินสโมสร สามีผู้เสียชีวิต และบุตรทั้ง 2 คน คือ นายสุวิจักขณ์ และเด็กหญิงธัญธร ก่อนจะเข้าไปให้กำลังใจมารดาของ ผอ.ศศิพัชร โดยนายกฯ ได้ก้มลงกราบที่ตักมารดาผู้เสียชีวิตพร้อมกล่าวคำว่า “ขออภัยด้วย” และปลอบโยนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ทำใจดีๆ รัฐบาลจะดูแลหลานๆ ต่อไป สร้างความซาบซึ้งใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
ในส่วนของการช่วยเหลือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมอีก 200,000 บาท โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลเรื่องค่าเล่าเรียนของบุตรทั้ง 2 คนจนจบการศึกษา และเตรียมรับเข้ารับราชการเมื่อพร้อม เพื่อตอบแทนความเสียสละของผู้วายชนม์ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรี ระบุเพียงสั้นๆ ว่าจะเดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ทันที เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก
>> ทลายโกดัง อะไหล่รถยนต์ปลอม แบรนด์ดัง ยึดกว่า2พันชิ้น มูลค่า 3 ล้าน
15.30 น. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมชุดจับกุม นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นสถานที่จำหน่ายและกักเก็บอะไหล่รถยนต์ปลอมเครื่องหมายการค้า จำนวน 2 แห่ง ภายในซอยเทียนทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ หลังรับร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบตระเวนขายส่งอะไหล่รถยนต์ปลอมหลายยี่ห้อ ให้กับร้านค้าปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ
จากการตรวจค้นพบเครื่องพิมพ์สำหรับพิมพ์เลียนเครื่องหมายการค้าบนกล่องบรรจุภัณฑ์ พร้อมอะไหล่รถยนต์และบรรจุภัณฑ์ปลอมเครื่องหมายการค้า อาทิ กรองอากาศ ลูกปืนล้อรถยนต์ โช้คอัพ ไส้กรองน้ำมัน และกล่องบรรจุภัณฑ์ ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า รวมทั้งสิ้น 2,179 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000,000 บาท
หลังจากนั้นจึงเข้าจับกุม นายกรณ์ดนัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ในความผิดฐาน “เลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม” จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ.ดำเนินคดี และขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> ทลายแก๊งค้ายาไอซ์ยุคดิจิทัล ใช้แอปดังโพสต์ขาย แพ็กกล่องพัสดุกระจายทั่วประเทศ
17.50 น. พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ร่วมกับฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรูปแบบใหม่ ใช้แอปพลิเคชันชื่อดังเป็นช่องทางติดต่อ ก่อนลักลอบจัดส่งยาไอซ์ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน กระจายถึงลูกค้าทั่วประเทศ
ปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายนัน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 59.5 กรัม ซุกซ่อนในกล่องพัสดุ 26 กล่อง เครื่องชั่งดิจิทัล เครื่องทำความร้อนสำหรับซีลถุง ถุงแบ่งบรรจุ 2 แพ็ก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จากนั้นได้ขยายผลจับกุม นายโต้ง อายุ 48 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์อีก 4 กรัม
สืบเนื่องจากผู้ประกอบการร้านรับส่งพัสดุรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องเรียนต่อ สภ.บางละมุง หลังพบพฤติกรรมลูกค้าลักลอบส่งยาไอซ์จากสาขาย่านหนองใหญ่ พัทยาเหนือ จ.ชลบุรี ต่อมาคลังกระจายสินค้าส่วนกลางในจังหวัดปทุมธานี ตรวจพบกล่องพัสดุแตกชำรุดระหว่างขนส่ง ภายในบรรจุยาไอซ์ก่อนถึงมือลูกค้า ส่งผลให้บริษัทขนส่งสั่งปรับสาขาย่อยเป็นเงิน 50,000 บาท ฐานส่งสินค้าต้องห้าม ผู้ประกอบการเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเข้าร้องทุกข์ให้ตำรวจตรวจสอบ
ต่อมา ชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่ายังมีกล่องพัสดุต้องสงสัยตกค้างอีก 17 กล่อง จึงประสานฝ่ายปกครองร่วมตรวจสอบ พบยาไอซ์รวมกว่า 50 กรัม แบ่งบรรจุในซองพลาสติกซุกซ่อนภายในกล่องพัสดุ จึงเร่งสืบสวนติดตามผู้ส่ง จนนำไปสู่การจับกุม นายนัน (นามสมมุติ) ที่บ้านพัก และตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมได้อีกส่วนหนึ่ง
จากการสอบสวน นายนัน (นามสมมุติ) ให้การซัดทอดว่าได้รับยาไอซ์มาจาก นายโต้ง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อยาไอซ์ 5 กรัม โดยนัดส่งมอบบริเวณหน้าเมรุภายใน วัดโพธิสัมพันธ์ ริมถนน พัทยา-นาเกลือ ใช้เวลารอคอยราว 4–5 ชั่วโมง ก่อนที่ นายโต้ง จะนำยาไอซ์มาส่งมอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
>> กกต. มีมติเลือกตั้งใหม่ 8 แห่ง 5 จังหวัด พร้อมนับคะแนนประชามติ 2 หน่วยในกทม.
18.30 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ จำนวน 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้
การนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ นับคะแนนออกเสียงประชามติของหน่วยที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 ก.พ. เวลา 10.00 น. ณ สถานที่ออกเสียงเดิม
การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่
1.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่
2.ประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด
3.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลนายม
4.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอหนองไผ่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลหนองไผ่
5.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล
6.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร
7.สกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร หน่วยเลือกตั้งที่ 32 ตำบลธาตุเชิงชุม และการออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของจ.พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทอง
>> พายุกระหน่ำจังหวัดนนทบุรี! เสาไฟฟ้า-ต้นไม้ล้ม ป้ายโฆษณาปลิว ผนังห้างพังเสียหาย
19.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเกิดเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับโรงจอดรถ จยย.ภายในกระทรวงสาธารณสุข หน้าทางเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญา ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ในเบื้องต้นได้รับแจ้งว่ามีชายติดอยู่ภายใน จึงประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง สาขานนทบุรี เข้าตัดไฟและเร่งให้ความช่วยเหลือ
โดยจุดเกิดเหตุเป็นโรงจอดรถจักรยานยนต์ ภายในพื้นที่ รพ.ศรีธัญญา เป็นโรงจอดรถชั้นเดียว ตั้งอยู่ด้านขวาของซุ้มประตูทางเข้า รพ.ศรีธัญญา ด้านหน้าโรงจอดรถมีคลองระบายน้ำขวางอยู่ด้านหน้า พบเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ล้มหลังคาโรงจอดรถและผาดผ่านคลอง โดยมีสายไฟฟ้าหล่นลงไปในน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทำการตรวจสอบเพื่อตัดกระแสไฟ ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือนายลี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังรอความช่วยเหลือมานานหลายชั่วโมง
ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พบปัญหาว่า ลานจอดรถมีสายไฟฟ้าล้มพาดอยู่ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ถ้าจะให้นายลีเดินลอดตัวออกมา ขณะเดียวกันจะให้นายลีลุยคลองระบายน้ำข้ามออกมาก็กังวลใจกันว่าอาจจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่ในคลองด้วย ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้รถเครนขนาดเล็กโดยให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยโหนสลิงข้ามไปรับตัวนายลีนักศึกษาหนุ่มดังกล่าวข้ามคลองมาได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่ที่มาให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบป้ายโฆษณาปลิว โดยกล้องหน้ารถประชาชนจับภาพไว้ได้ ที่ถนนสนามบินน้ำ , น้ำท่วมขังภายในซอยประชาชื่นนนท์ 8 และถนนงามวงศ์วานบริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ ลมพายุพัดแรงจนลูกเห็บตก พื้นที่งามวงศ์วาน
>> รวบหนุ่มปลอมโปรไฟล์ หลอกวิดีโอคอล แบล็กเมลรีดเงินเหยื่อ ถ้าไม่จ่ายจะนำคลิปไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์
20.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. จับกุมนายฮัสซัน (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกคนร้ายสร้างบัญชีอินสตาแกรมปลอม ใช้รูปโปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี ก่อนทักพูดคุยเชิงชู้สาว ชักชวนคบหาเป็นแฟนออนไลน์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะออกอุบายให้เปิดกล้องวิดีโอคอลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ โดยผู้ต้องหาเปิดคลิปหญิงเปลือยที่ดาวน์โหลดมา อ้างว่าเป็นตนเองเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อทำตาม
จากนั้นจะแอบบันทึกคลิปวิดีโอของเหยื่อไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปข่มขู่เรียกเงิน หากไม่ยอมจ่ายจะนำคลิปลับไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความหวาดกลัวและความเสียหายแก่ผู้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ ปคม. จึงเร่งสืบสวนแกะรอยรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> สภ.ลาดหลุมแก้ว แจ้งเตือนประชาชนระวังชายมีอาวุธปืนข่มขู่ยิงเด็ก ขณะที่หลายโรงเรียนประกาศหยุดเรียนฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัย
17 ก.พ.68 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว รับแจ้งมีชายคลั่ง มีอาวุธปืนขู่จะยิงเด็ก จนต้องประกาศแจ้งเตือนประชาชน และสถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่ให้เฝ้าระวังขั้นสูงสุดนั้น โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกับนายแอล ผู้ต้องหาที่ทำร้ายร่างกายแฟนสาวบาดเจ็บ และใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงยางรถกู้ภัยมอเตอร์เวย์สาย 7 (พัทยา-อู่ตะเภา) เมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนจะหลบหนีไป
ทั้งนี้ จากเหตุดังกล่าวหลายโรงเรียนใน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้มีการสั่งงดการเรียนการสอนชั่วคราว ในวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องด้วยโรงเรียนมีความจำเป็นต้องดำเนินการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยของนักเรียน โดยมีโรงเรียนประกาศงดการเรียนการสอนดังต่อไปนี้
โรงเรียนวัดบัวขวัญ
โรงเรียนสามวาวิทยา
โรงเรียนบัวแก้วเกษร
โรงเรียนประชุมวิทยา
โรงเรียนบัวสุวรรณประดิษฐ์
โรงเรียนวัดเนกขัมมาราม
โรงเรียนคลองลากค้อน
โรงเรียนสว่างราษฎร์บำรุง
โรงเรียนวัดบ่อเงิน (ประชานุกูลวิทยา)
โรงเรียนบ้านคลองขวางบน
โรงเรียนคลองลาดช้าง (จันทร์เศรฐอุปถัมภ์)
โรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้
โรงเรียนสังฆรักษ์บำรุง
โรงเรียนวัดลำมหาเมฆ (ประชาราตรีอนุสรณ์)
18 กุมภาพันธ์ 2569
18 กุมภาพันธ์ 2569