หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 เมษายน 2569

วันที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 เมษายน 2569

>>ผบ.ตร. มีคำสั่งแต่งตั้ง "พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ" เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่

11.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจาก พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. และอดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล หรือ เออร์ลี่รีไทร์ โดยแต่งตั้งให้ "พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ" รองจเรตำรวจแห่งชาติ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมทำหน้าที่เชื่อมโยงตำรวจกับประชาชน สื่อสารด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การตรวจสอบและความโปร่งใส บูรณาการความรู้ สื่อสารเพื่อสังคม และการต่างประเทศ ตลอดจนการสื่อสารภายในองค์กรระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับตำรวจทั่วประเทศ โดยเน้นสื่อสารความจริง ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส ฉับไว ทันเหตุการณ์ และสร้างสรรค์ สร้างช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

>> ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว 3 จังหวัด 17 อำเภอ

12.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ใช้กลไกตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินมาตรการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการสาธารณภัย ทั้งไฟป่า หมอกควัน และภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นไปอย่างมีเอกภาพ สอดคล้องตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณี ไฟป่า หมอกควัน และกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 3 จังหวัด ได้แก่

1. จังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า รวม 7 อำเภอ 40 ตำบล 338 หมู่บ้าน 27 ชุมชน ได้แก่ อำเภอฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด เชียงดาว แม่วาง แม่แตง และอำเภอแม่ริม

2. จังหวัดลำพูน ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จำนวน 1 อำเภอ คือ อำเภอลี้ รวม 8 ตำบล 99 หมู่บ้าน และ

3. จังหวัดพะเยา ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ ภูซาง และอำเภอภูกามยาว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารจัดการและใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 และงบประมาณอื่น ๆ เพื่อบริหารสถานการณ์ และเยียวยาความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีเอกภาพ

>> ตร.ภูเก็ต ยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด ซุกพัสดุส่งถึงหน้าร้าน จับเด็กวิ่งยา 2 ราย

13.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมทีมสืบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมครั้งสำคัญ หลังสามารถตรวจยึดยาบ้าได้รวมถึง 197,800 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พบขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยซุกซ่อนใน พัดลมไอเย็น กล่องบรรจุนม ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน จากกรุงเทพฯ มายังภูเก็ต หวังตบตาเจ้าหน้าที่

ผลการปฏิบัติ จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ตรวจยึดยาบ้า 97,800 เม็ด ตรวจพบเพิ่มเติมในพื้นที่ อ.ถลาง อีก 100,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 197,800 เม็ด มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้รับ-ส่งยา (คนเดินยา) ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมแล้วอย่างน้อย 3 ราย และอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยืนยันเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

>> สืบนครบาลบุกจับ อดีตพ่อค้ายา ผันตัวมาปล่อยเงินกู้ รับจำรถ-ปืน ยึดของกลางซุกในโกดังแปดริ้ว

13.50 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นํากําลังชุดสืบนครบาลเปิดปฎิบัติการณ์ Operation Dark warehouse ทลายโกดังลักลอบจํานําของเถื่อน ย่านคลองหลวงแพ่ง จ.ฉะเชิงเทรา จับกุม นายนรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 147 เม็ด อาวุธปืน 7 กระบอก เครื่องกระสุน 243 นัด รถยนต์ 6 คัน รถจยย. 4 คัน จับกุมได้โกดังไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา

สืบเนื่องจากชุดสืบสวนนครบาลพบชายคนหนึ่งรับจํานํารถโดยไม่ได้จดทะเบียน ทราบชื่อคือ นายนรินทร์ ส่วนใหญ่เป็นการรับจํานํารถไม่มีเล่มทะเบียน รวมถึงรถหนีไฟแนนซ์ รถยักยอก และรถที่ไม่ทราบที่มา ทั้งรถยนต์ รถจยย. และรถบรรทุก ที่โกดัง ย่านคลองหลวงแพ่ง จ.ฉะเชิงเทรา หากผู้จํานําไม่มาไถ่รถคืน หรือไม่ส่งดอกเบี้ย นายนรินทร์ จะนํารถดังกล่าวไปขายให้กับกลุ่มนายหน้าที่รู้จัก ผ่านโซเชียล นอกจากนี้ นายนรินทร์ ยังครอบครองอาวุธปืนเถื่อนหลายกระบอก ต่อมาชุดจับกุมได้นำหมายค้น เข้าตวรจค้นโกดัง พร้อมกับจับกุมและยึดของกลางดังกล่าว

ขณะที่ นายนรินทร์ รับว่า รับจํานําปืนและกระสุนจากคนรู้จัก ส่วนยาบ้าซื้อมาจาก นายแจ็ค โดยทำอาชีพรับจำนำของดังกล่าวมา 3 ปี เพราะเคยค้ายาเสพติดแต่เลิกแล้ว จึงหันมารับจำนำรถและจำนำอาวุธปืนเพื่อปล่อยเงินกู้นอกระบบ กระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว ก่อนนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ปตท. ขึ้นราคา ‘ดีเซลพรีเมียม’ 6.50 บาท เป็นลิตรละ 70.44 บาท ขณะที่บางจากปรับราคา ดีเซลพรีเมียมเช่นกันที่ 4.80 บาท เป็นลิตรละ 70.94

14.30 น. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มดีเซลทุกชนิด เพิ่มขึ้น 2.80 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล เพิ่มขึ้น 6.50 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันชนิดอื่นคงเดิม มีผล 5 เม.ย. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

โดยราคาขายปลีก (ปตท.) จะเป็นดังนี้

แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 43.95 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ E20 : ราคา 38.95 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ E85 : ราคา 34.89 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 43.58 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม : ราคา 53.04 บาท/ลิตร

เบนซิน 95 : ราคา 52.54 บาท/ลิตร

ดีเซล : ราคา 50.54 บาท/ลิตร

ดีเซล B20 : 45.54 บาท/ลิตร

ดีเซลพรีเมียม : ราคา 70.44 บาท/ลิตร

ขณะที่ บางจาก ปรับราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกขนิด +2.80 บาทต่อลิตร เช่นกัน ยกเว้นน้ำมันพรีเมียมดีเซล + 4.80 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ไม่ปรับราคา

>> รวบ 'น้องเขยผู้ใหญ่บ้าน' ซุกยาบ้า-ยาไอซ์ มูลค่า 35 ล้านบาท กลางบ่อกุ้ง

15.20 น. ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี นำตัว นายศุภกรณ์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 1,137,260 เม็ด และยาไอซ์อีก 2 กิโลกรัม ไปชี้จุดที่มีการนำยาเสพติดของกลางมาซุกซ่อนไว้ ซึ่งอยู่บริเวณกระท่อมเล็ก ๆ กลางบ่อกุ้ง หมู่ 4 บ้านโพหัก อ.บางแพ เพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีบุคคลซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทางเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม กำลังจะนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าที่บริเวณใกล้กับวัดดอนสาลี อ.บางแพ จึงนำกำลังไปดักซุ่มรอ จนจับกุม นายศุภกรณ์ ได้ ตรวจค้นในตัวพบยาบ้าจำนวน 26,260 เม็ด จึงนำตัวมาสอบสวนขยายผล

นายศุภกรณ์ รับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนอีกคนรับจ้างนำยาเสพติดมาส่งให้กับลูกค้า และยังมียาเสพติดเหลืออยู่ในกระท่อมกลางบ่อกุ้ง เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นพบยาบ้าเพิ่มอีก จำนวน 1,111,000 เม็ด ยาไอซ์ 2 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ พร้อมทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานราชบุรี เข้ามาตรวจสอบยาเสพติดทั้งหมด รวมจำนวนยาเสพติดทั้งหมด 1,113,260 เม็ด ยาไอซ์ 2 กิโลกรัม มูลค่าของยาเสพติดทั้งหมดที่จับกุมได้ในครั้งนี้ รวมมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> พิษน้ำมันแพง เรือประมงระยอง 500 ลำ จอดนิ่งเทียบท่า หลังออกเรือไปมีแต่ขาดทุน ด้านนายกสมาคมประมงระยอง เผยหลังสงกรานต์ น่ามีจอดเพิ่มเป็น 80%

16.00 น. จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันแพง ส่งผลกระทบทุกภาคธุรกิจ เช่นเดียวกับอาชีพประมงที่ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปากน้ำระยอง พบมีเรือประมงนำเรือเข้าจอดเทียบท่าตามแพปลาต่าง ๆ ทั้ง 2 ริมฝั่งปากแม่น้ำกันชนิดแบบหนาแน่น บรรดาเจ้าของเรือประมงทั้งหลายบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สู้ไม่ไหว ทำไปไม่คุ้มทุน

นายพรศักดิ์ นายกสมาคมประมงระยอง กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชาวประมงอย่างหนักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เวลานี้เรือประมงบริเวณปากน้ำระยอง กว่า 500 ลำ เจ้าของต้องหยุดออกเรือจับสัตว์น้ำ นำเรือเข้าจอดนิ่งเทียบท่าริมแม่น้ำระยองทั้ง 2 ฝั่ง เพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหวและไม่คุ้มกับการลงทุน ขืนนำเรือออกทะเลไปมีแต่ขาดทุนอีกทั้งราคาสัตว์น้ำที่จับมา ไม่สามารถขึ้นราคาได้ตามราคาน้ำมัน แม้ว่าปัจจุบันชาวเรือประมงจะหันมาใช้น้ำมัน บี 20 จากบนฝั่งที่ตกอยู่ลิตรละ 43 บาท แต่เมื่อบวกค่าขนส่งจากหน้าคลังน้ำมันจังหวัดสระบุรี ทดแทนน้ำมันเขียวที่หยุดขายไปแล้ว ยังถือว่าราคาค่อนข้างสูงอยู่ดี

>> นายทุนจีน ซุกน้ำมัน 1 แสนลิตร ในถังใต้ดิน ชายแดนสงขลา

18.20 น. มีการเผยแพร่ทางโซเชียลว่า มีผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นชาวมาเลเซียรายหนึ่ง ที่ถนนกาญจนวณิชย์ ได้กักตุนน้ำมันไว้เป็นจำนวนมาก ขณะที่ตัวแทนของฝ่ายปกครอง และตำรวจ ยืนยันว่า เจ้าของบริษัทมีใบอนุญาตกักเก็บน้ำมันถูกต้อง

ต่อมา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ ลานจอดรถบรรทุกระหว่างประเทศของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นของชาวจีนเชื้อสายมาเลเซีย ที่เข้ามาตั้งบริษัทอยู่ใน อ.สะเดา จ.สงขลา พบว่ามีการกักเก็บน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร ในถังใต้ดิน 50,000 ลิตร และถังบนดิน 35,000 ลิตร

จากการสอบถามผู้รับผิดชอบสถานที่และให้เอาหลักฐานมาแสดง ไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันว่ามีการขออนุญาตเก็บกักน้ำมันอย่างถูกต้อง และไม่มีที่มาที่ไปของน้ำมันว่าสั่งซื้อจากบริษัทไหน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ดูแลบริษัทและเจ้าของบริษัท จากนั้นกรมธุรกิจพลังงาน ได้เก็บตัวอย่างและส่งตรวจสอบ หากพบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพไม่เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด จะแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า น้ำมันที่ตรวจพบทั้งหมด จากการสืบสวนในเชิงลึกทราบว่า บริษัทได้ให้รถหัวลากทั้งหมดของบริษัท เติมน้ำมันจากประเทศมาเลเซีย ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศขึ้นราคาน้ำมัน และนำน้ำมันที่เติมมาจากประเทศมาเลเซียมาถ่ายลงถังเพื่อกักตุนเอาไว้ใช้ในกิจการขนส่งของบริษัท สำหรับใน อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บริษัทโลจิสติกส์ ที่เป็นของคนจีนมาเลเซีย ทุกบริษัทจะทำคล้ายกัน

>> บุกโรงงานชาวจีนย่านสมุทรปราการ ยึดสารเคมีใช้ผสมบุหรี่ซอมบี้กว่า 11 ตัน

19.50 น. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. พร้อมผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงงานเครือข่ายชาวจีนลักลอบผลิตเอโทมิเดต ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมนายหวง (สงวนนามสกุล) ชาวจีน 1 ราย พร้อมตรวจยึด เอโทมิเดตแบบน้ำ 42 ลิตร และแบบเกล็ด 1 กก. สารเคมีตั้งต้นผลิตเอโทมิเดต 140 ขวด, เอทานอล , กรดไฮโดรคลอริก , โทลูอีนซัลโฟนิคแอซิด , กลีเซอรีน และสารเคมีชนิดอื่น รวมประมาณ 11.9 ตัน

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการขยายผลเครือข่ายกลุ่มผู้ลักลอบผลิตสารเอโทมิเดต ซึ่งนำมาผสมกับบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อต้นปี 2569 พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายชาวจีนในพื้นที่ภาคกลาง มีการสั่งซื้อสารเคมีจำนวนมาก เช่าโรงงานในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และพบการเปิดบริษัทบังหน้า พบว่าเครือข่ายชาวจีนดังกล่าว มีประวัติเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายเอโทมิเดตใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศเวียดนาม

กระทั่งต้นเดือน เม.ย. 69 ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายศาลเข้าตรวจค้นดังกล่าว จากนั้นทางการจีนสามารถจับกุมนายเลี่ยง ผู้ร่วมขบวนการได้อีก 1 ราย ที่ประเทศจีน จากนั้นตรวจค้นโรงงานผลิตเอโทมิเดตในประเทศจีน 1 แห่ง และจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 38 ราย พร้อมเอโทมิเดตจำนวนมาก ต่อมาทางการจีนขยายผลประสานเจ้าหน้าที่ประเทศเวียดนามเข้าตรวจค้นโรงงานผลิตเอโทมิเดตอีก 1 แห่ง สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมเอโทมิเดต 1.8 กก. รวมปฏิบัติการความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม และไทย ทั้งนี้ ภายในวันเดียวกันสามารถจับกุมเครือข่ายเอโทมิเดตข้ามชาติ ทลายโรงงาน 3 แห่ง ตรวจยึดสารเอโทมิเดตชนิดผง 6 กก. เอโทมิเดตชนิดเหลว 65 กก. และสารเคมีจำนวนมาก 
 

ข่าวยอดนิยม