หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว ประจำวันที่ 2 พ.ค. 2569

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:28 น.


24 ชั่วโมงข่าว ประจำวันที่ 2 พ.ค. 2569

>> ตำรวจสายสืบปลอมตัวเป็นพ่อค้าทุเรียน ทลายแหล่งมั่วสุม คาบ้าน

11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.น.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ทุเรียนพ่นพิษ” เข้าตรวจค้นชุมชนหลังโรงเรียน ซอยอุดมสุข 30 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ภายใต้แผนปฏิบัติการอำพรางตัวเป็นพ่อค้าทุเรียน เพื่อแฝงตัวสืบสวนในพื้นที่เป้าหมาย

หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบจำหน่ายยาเสพติดชักชวนเยาวชนในช่วงปิดภาคเรียนเข้ามามั่วสุมสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จากการสืบสวนพบว่า แหล่งมั่วสุมดังกล่าวมีผู้ถูกเรียกขานว่า "บังดำ" เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดและเปิดให้บริการตู้สล็อต โดยมีการตั้งราคายาเสพติดในระดับต่ำเพื่อจูงใจเยาวชนในพื้นที่อุดมสุข 30 และอยู่ติดโรงเรียน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนวางแผนอำพรางโดยใช้รถกระบะดัดแปลงเป็นรถจำหน่ายทุเรียน เข้าจอดบริเวณหน้าบ้านเป้าหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่ภายในรถเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเวลา 17.30 น. พบตัวผู้ต้องสงสัยอยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นพื้นที่

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ ตู้สล็อตแมชชีน จำนวน 2 เครื่อง และ ยาเสพติดประเภทไอซ์ และอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ภายในสถานที่ยังพบบุคคลอีกรวม 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 15 ปี จำนวน 3 ราย โดยจากการตรวจสอบไม่พบสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นให้การว่าเข้ามาเล่นเกมกับเพื่อน เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนคุ้มครองเด็กและเยาวชนต่อไป

>> ชายเร่ร่อน เมาเพี้ยน! จุดไฟเผาป่าลุกลามเป็นวงกว้าง ใช้เวลาควบคุมเพลิง นานกว่า 4 ชม.

12.00 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป่ารกร้าง บริเวณท้ายซอย 9 เทพประสิทธิ์ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งได้ประสานรถดับเพลิงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งรุดไปตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เอกชน มีขนาดกว้างกว่า 20 ไร่ พบเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้หญ้าแห้งและวัชพืชเป็นวงกว้างอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนในละแวกใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและลมแรงที่เป็นอุปสรรค เวลาผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมง จนท.ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวมักมีคนลักลอบนำขยะมาทิ้งจำนวนมาก อีกทั้งยังพบการปลูกสร้างเพิงพักชั่วคราวลักษณะกระต๊อบ คาดว่าเป็นที่อาศัยของกลุ่มคนเร่ร่อน ภายในพบอุปกรณ์การเสพยา ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพบชายเร่ร่อนรายหนึ่ง มีลักษณะคล้ายคนมึนเมาสุราอย่างหนัก ยืนเอะอะโวยวายอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ โดยบางช่วงได้ก้มลงกราบพื้น พร้อมตะโกนว่า “กูจุดไล่ผี” ก่อนจะเดินโซเซออกจากพื้นที่ไปอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

>> 4 แรงงานเมียนมา ร่วมกันฆ่าปาดคอนายจ้าง ดับคาแคมป์ จ.เชียงใหม่

13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม ร่วมกันจับกุมนายซู่ นายยาว นายดำ และนายบอส ทั้งหมดเป็นชาวพม่าไม่มีนามสกุล ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด หลังจากที่ช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจเชียงรายสกัดจับได้หน้าวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ขณะกำลังเตรียมหนีข้ามประเทศ แล้วส่งตัวให้ตำรวจแม่ริมดำเนินคดี

เบื้องต้นเมื่อเวลาตี 2 ของวันที่ 1 พ.ค. 2569 ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน วางแผนเพื่อฆ่านายสมชาย ลุงวิ อายุ 49 ปี ชาวไทใหญ่ อาศัยอยู่แคมป์คนงานกับผู้ต้องหา และเป็นนายจ้างของทั้ง 4 คน ซึ่งสาเหตุที่โกรธเคือง เนื่องจากเบี้ยวเงินค่าแรงทั้ง 4 คน

นายซู่กับนายยาว จึงได้เข้าไปใช้มีดปาดคอและแทงคอซ้ำขณะผู้ตายนอนหลับอยู่ โดยให้นายดำและนายบอสดูต้นทาง หลังก่อเหตุทั้งหมดจึงหลบหนีออกจากแคมป์คนงาน ก่อนเดินลัดเลาะตามเส้นทาง ซึ่งภาพวงจรปิดจับภาพได้ขณะหลบหนี ก่อนจะขึ้นรถมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงราย เพื่อข้ามไปประเทศพม่าแต่ถูกจับกุมก่อน หลังจับกุมตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าถูกเบี้ยวค่าแรง บางครั้งทวงให้บ้าง ไม่ให้บ้าง จึงวางแผนฆ่าปาดคอดังกล่าว หลังสอบสวนเสร็จจึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ยึดน้ำมันเบนซิน 1,800 ลิตร ทิ้งริมแม่น้ำสาละวิน คาดเตรียมขนข้ามแดน

14.30 น. นายวราสิทธิ์ เมืองคุ้ม นายด่านศุลกากรแม่สะเรียง รับรายงานผลการจับกุม โดย เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สะเรียง ได้สนธิกำลังร่วมกับ ทหารพรานที่ 36 (ร้อย ทพ.3608) เฝ้าระวังคุมเข้มข้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ใกล้ท่าเทียบเรือจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยง

ผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตรวจพบน้ำมันเชื้อเพลิง ชนิดเบนซิน บรรจุแกลลอน จำนวน 72 ถัง ปริมาณ 1,800 ลิตรมูลค่ากว่า 75,000 บาท วางกองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน โดยไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ ลักษณะพยายามลักลอบส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ยึดของกลางไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> แก๊งขนยาขับรถเก๋งเสียหลัก ตกช้างทางพุ่งชนรั้วบ้าน ก่อนทิ้งรถ-ไอซ์ 300 กก. หลบหนี เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าตัว

15.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คง รับแจ้งอุบัติเหตุจราจร แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ เหตุเกิดบนถนนสายคง-ขามสะแกแสง บริเวณทางแยกเข้าหมู่บ้านโนนทอง บ้านโนนทอง ต.โนนเต็ง อ.คง จ.นครราชสีมา จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยพบรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำเงิน ทะเบียน จ.อุดรธานี เสียหลักตกถนน พุ่งชนเข้ากับต้นไม้ และรั้วบ้าน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย และเมื่อตรวจสอบในรถอย่างละเอียด ไม่พบตัวคนขับ แต่พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายหีบห่อบรรจุยาเสพติด เป็นกระสอบพลาสติกสีดำห่อหุ้มด้วยเทปใส จำนวน 6 กระสอบ บริเวณห้องโดยสารและท้ายรถคันที่ประสบเหตุ

เมื่อตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ภายในบรรจุยาไอซ์ รวมทั้งหมด 300 กิโลกรัม แยกเป็นห่อละ 1 กิโลกรัม จำนวน 300 ห่อ จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ หาลายนิ้วมือแฝง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำความผิด โดยขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งไล่ล่าตัวคนขับ และขบวนการที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

>> บุกจับ 2 ยากูซ่า กลางซอยสุขุมวิท 33 ตระเวนขายยาไอซ์ส่งลูกค้า

18.00 น. กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เข้าจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น คือ MR.YUYA อายุ 47 ปี และ MR.NAOTO อายุ 51 ปี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณซอยสุขุมวิท 33 แยก 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากชุดสืบสวน สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชายชาวญี่ปุ่น 2 ราย มีรอยสักตามร่างกายคล้ายสมาชิกแก๊งยากูซ่า มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติในย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุง โดยเฉพาะในซอยสุขุมวิท 33 เจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้าเฝ้าจุดสังเกตการณ์ กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ เข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น

จากการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ พบยาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกน้ำหนักรวม 16.04 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของด้านหน้าฝั่งซ้ายของตัวรถ เมื่อนำไปทดสอบด้วยน้ำยาชุดตรวจเบื้องต้นปรากฏผลเป็นสีน้ำตาล ตรงกับผลการทดสอบยาไอซ์อย่างชัดเจน แม้ว่าในชั้นจับกุมผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นทั้ง 2 ราย จะให้การปฏิเสธว่ายาเสพติดดังกล่าวไม่ใช่ของตน แต่เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้มาเป็นเวลานานจนมีหลักฐานแน่นหนา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> สกัดจับเก๋งลอบขนแรงงานต่างด้าวนั่งเบียดเสียด 9 ชีวิตคาถนนเอเชีย

19.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ออกตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรมและดูแลสภาพการจราจร บนถนนทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พบรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติและติดฟิล์มทึบ อีกทั้งเร่งความเร็วเมื่อเห็นรถสายตรวจ กระทั่งสามารถสกัดรถได้บริเวณกิโลเมตรที่ 24-25 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบพบ นายติน ติน อ่อง อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ทั้งชาย หญิง และเด็ก รวม 9 คน นั่งเบียดเสียดกันมาในสภาพแออัด โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวได้

โดยผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมา ให้ไปรับแรงงานจากพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและนครสวรรค์ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ค่าจ้างคนละ 2,000 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่แรงงานต่างด้าวให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเสียค่านายหน้าประมาณ 8,000 บาท เพื่อเข้ามาหางานทำ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ช้างป่าทับลาน 2 ตัว รุมทำร้ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานฯ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่

21.40 น. นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับรายงาน จากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่าชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าทุ่งโพธิ์แจ้งเหตุสลด มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเฝ้าระวัง และผลักดันช้างป่า ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ท้องที่บ้านคลองดินแดง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ในจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นป่าไผ่ ชายป่าสงวนแห่งชาติ ติดกับสวนยางพารา เจ้าหน้าที่พบร่าง นายถิรชัย อายุ 53 ปี สมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (อล.อช.) นอนเสียชีวิตในสภาพศพนอนหงาย แขนและขาผิดรูปจากการถูกแรงกระแทกอย่างหนัก บริเวณโดยรอบมีรอยเท้าของช้างจำนวนมาก ใกล้กันพบกระเป๋าสะพายข้าง วิทยุสื่อสาร หมวก และขวดน้ำ 2 ขวดของผู้ตายตกอยู่

สันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินสำรวจร่องรอยช้างตามภารกิจ โดยมีสุนัขติดตามไปด้วย เมื่อเดินไปถึงจุดที่ช้างกำลังพักผ่อนอยู่ สุนัขได้เห่าใส่ช้าง ทำให้ช้างป่าตกใจและโกรธแค้น วิ่งไล่ตามทำร้ายนายถิรชัยอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลนาดี เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ข่าวยอดนิยม