วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:48 น.
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคบ. ทลายแหล่งผลิตสบู่ก้อนโดยนำเศษสบู่ปั๊มใหม่ ส่งขายออนไลน์ ตรวจยึดของกลาง จำนวน 48 รายการ รวมกว่า 115,380 ชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท
สืบเนื่องจาก ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายค้นของศาลแขวงบางบอน เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง ในซอยพุทธมณฑลสาย 2 เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.นอ นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องสำอางแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดของกลาง ดังนี้
-สบู่ก้อนสำเร็จรูป 55,279 ชิ้น
-ผลิตภัณฑ์สบู่เหลว 17 ชิ้น
-วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยเป็นเศษสบู่ก้อน คละสี 1,000 กิโลกรัม
-วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรสำหรับการผลิต ได้แก่ สติ๊กเกอร์แปะฉลาก, เครื่องปั้มก้อนสบู่,เกรียงสแตนเลส ,เครื่องซีลถุงสบู่ ,บล็อกซิลิโคน ,แม่พิมพ์สบู่ เป็นต้น รวมตรวจยึดผลิตภัณฑ์สบู่ก้อน จำนวน 55,279 ชิ้น, สบู่เหลว จำนวน 17 ชิ้น, เศษสบู่ก้อน จำนวน 1,000 กิโลกรัม, เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต จำนวน 60,084 ชิ้น รวมของกลางทั้งสิ้นจำนวน 115,380 ชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท
จากการสอบถาม น.ส.นอ (นามสมมุตื) รับว่าจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเริ่มรับสบู่จากโรงงานมาขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ต่อมายอดขายดีจนโรงงานผลิตไม่ทัน และมีต้นทุนสูง จึงสั่งซื้อเศษสบู่จากโรงงานต่างๆ แถวปริมณฑล ราคากิโลกรัมละ 30-40 บาท มาปั้มขายเป็นก้อนใหม่ออกจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ราคาก้อนละ 4-10 บาท ภายในบ้านพักด้วยมือมนุษย์ และใช้อุปกรณ์การผลิตที่ไม่มีสุขอนามัย เป็นกลิ่นต่างๆ จำนวน 12 กลิ่น เช่น ผลไม้รวม ส้ม มะนาว แตงโม ฯลฯ
โดย น.ส.นอ อ้างว่าศึกษาวิธีการผลิตสบู่ก้อนด้วยตนเองผ่านยูทูป แล้วนำมาทดลองผลิตและจำหน่ายตามแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผู้ขายจะนำเศษสบู่ผสมน้ำเกลือแล้วบรรจุใส่ขวดก่อนนำออกจำหน่าย ซึ่งเศษสบู่ 1 กิโลกรัม จะสามารถผลิตสบู่ก้อนได้ประมาณ 10-30 ก้อน มีกำลังการผลิตวันละประมาณ 1,000 ก้อน มียอดสั่งซื้อวันละ 700 – 800 ออร์เดอร์ รายได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี
จากการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการนำเลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์ที่สิ้นอายุแล้วมาแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์สบู่ของตน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการผลิตเครื่องสำอางปลอม โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งผลิตภัณฑ์ตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ผลิตและขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ผู้ผลิตระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขายระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผบช.ก. ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าสุขภาพออนไลน์ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะเห็นแก่ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดผิดปกติ โดยเฉพาะสินค้าที่อ้างว่าเป็นของมีตำหนิจากโรงงาน หากราคาถูกเกินจริง อาจทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงจากการใช้สินค้าปลอม หรือไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงในระยะยาวได้ กรณีนี้เราพบว่ามีการนำเศษสบู่ที่ไม่รู้ที่มาของสารเคมี มาผลิตใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผิวพรรณและสุขภาพของผู้ใช้







