วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 02:16 น.
“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งหยุดวงจรด้วงหนวดยาว ยกระดับเฝ้าระวัง สวนกาแฟเชียงราย
(5 ก.ย.69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน “รณรงค์การป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ” ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแสนใหม่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรับมือการระบาดของศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายแก่สวนกาแฟในจังหวัดเชียงราย โดยนำการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน หรือ IPM มาใช้ควบคู่กับชีวภัณฑ์ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และวางระบบเฝ้าระวังตั้งแต่ระดับแปลง เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกรบนพื้นที่สูง
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจศักยภาพสูงของภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการผลิตกาแฟอาราบิกาคุณภาพ อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพื้นที่ปลูกกาแฟในภาคเหนือ 15,567 ไร่ พบการระบาดของด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟในจังหวัดเชียงราย 7,643 ไร่ ขณะที่พื้นที่ปลูกกาแฟในอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย และอำเภอแม่จัน รวม 2,500 ไร่ จำเป็นต้องเร่งเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด
สำหรับด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายจากภายใน โดยตัวเต็มวัยจะวางไข่บริเวณเปลือกไม้ ก่อนที่ตัวหนอนจะเจาะเข้าไปทำลายลำต้น ส่งผลให้ต้นกาแฟทรุดโทรม ใบเหลืองและร่วง กิ่งแห้ง ลำต้นเปราะบาง และยืนต้นตายในที่สุด อีกทั้งยังสังเกตอาการได้ยากในระยะแรก หากควบคุมไม่ทันท่วงทีอาจทำให้ต้นกาแฟยืนต้นตายถึงร้อยละ 80 และสูญเสียผลผลิตร้อยละ 25–56 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 20,000–30,000 บาทต่อไร่
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่เสี่ยง การตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง การลดแหล่งสะสมของแมลง ตลอดจนการใช้เชื้อราเมตาไรเซียม ซึ่งสามารถเข้าทำลายแมลงผ่านลำตัว ช่วยลดการพึ่งพาสารเคมี ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในผลผลิต และปลอดภัยต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายดำเนินงานในพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิกาเสี่ยงสูงของอำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 1,000 ไร่ พร้อมผลิตและสนับสนุนเชื้อราเมตาไรเซียม จำนวน 1,000 กิโลกรัม รวมถึงถ่ายทอดทักษะการใช้และการผลิตขยายเชื้อรา เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดทำชีวภัณฑ์ไว้ใช้ได้ด้วยตนเอง
ภายในงานมีการมอบเชื้อราเมตาไรเซียมแก่ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจาก 14 อำเภอ การสาธิตฉีดพ่นชีวภัณฑ์อย่างถูกวิธี รวมถึงนิทรรศการให้ความรู้ด้านการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ มอดเจาะผลกาแฟ และการเสียบกิ่งพันธุ์กาแฟโรบัสตา โดยนางสาวปิยะรัฐชย์เน้นย้ำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเร็ว พร้อมยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินหน้าสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ ปัจจัยการผลิต และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อผลักดันกาแฟไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในตลาด