หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 กันยายน 2569

วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 05:50 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 กันยายน 2569

>> รถบัสรับ-ส่งพนักงาน เสียหลักพลิกลงข้างทาง บาดเจ็บระนาว จ.ฉะเชิงเทรา 
06.30 น. สภ.บางปะกง รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถบัสรับ-ส่งพนักงาน เสียหลักพลิกตะแคงตกคลองลำหวายลิง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนเลียบคลองลำหวายลิง ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ที่เกิดเหตุ พบรถบัส สีเขียว ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ในคลองน้ำข้างทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยอาสาสมัครในพื้นที่ ได้รีบนำกำลังและอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยสามารถช่วยเหลือนำพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บเกือบ 30 ราย ออกมาจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะเร่งเคลื่อนย้ายลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11

จากการสอบสวน คนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถบัส คันดังกล่าว กำลังเดินทางเพื่อไปส่งพนักงานตามปกติ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุล้อหน้าของรถบัสเกิดตกร่องถนน คนขับจึงพยายามเข้าเกียร์ถอยหลังเพื่อจัดแต่งรถ แต่ในจังหวะนั้นรถกลับเสียหลัก ทำให้ตัวรถพลิกตะแคงข้างแล้วไถลตกลงไปในคลองทันที ท่ามกลางความตื่นตกใจของพนักงานที่อยู่บนรถหลังเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุโดยละเอียดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนต่อไป


>> เพลิงไหม้ภายในโรงงาน เขตเทศบาลนครอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

06.50 น. ได้รับแจ้งจาก เทศบาลนครอ้อมน้อยอ้อมน้อยว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงาน ซึ่งประกอบกิจการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารว่างขนมและเครื่องดื่ม ตั้งอยู่ในพื้นที่ ซอยสุขาภิบาล 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ภายในอาคารโกดังเก็บสินค้า ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันและแสงเพลิงเป็นจำนวนมาก

ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่โดยรอบ โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยสุขุมวิท 31 พื้นที่เขตวัฒนา

08.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 31 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ประกอบกิจการอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องอบซาวน่า เพลิงลุกไหม้เสียหายเครื่องทำความร้อน ลุกลามฝาผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องทำความร้อน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย


>> จ.อุตรดิตถ์ เหตุขบวนรถด่วนที่ 8 ชนกับรถยนต์ บริเวณทางรถไฟช่วงบ้านด่าน–ศิลาอาสน์ บาดเจ็บ 1 จุด เกิดเหตุเปิดการเดินรถแล้ว

12.15 น. นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นางสาวชาครียา เศรษฐเสรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสมพร ขันปิงปุ๊ด หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ขบวนรถด่วนที่ 8 เส้นทางเชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์ เฉี่ยวชนรถยนต์ส่วนบุคคล บริเวณทางรถไฟช่วงระหว่างสถานีบ้านด่าน–สถานีศิลาอาสน์ หลักทางรถไฟ สทล.489/14 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ อายุ 75 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า บริเวณหน้าผาก มีสติรู้สึกตัวดี เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ นำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขบวนรถด่วนที่ 8 ซึ่งลากจูงด้วยรถจักร ได้เฉี่ยวชนรถยนต์ ยี่ห้อ ไดฮัทสุ สีขาว หมายเลขทะเบียน อุตรดิตถ์ ส่งผลให้รถจักร กซข.ป.2541 ซึ่งเป็นรถจักรคันที่ 1 ได้รับความเสียหายบริเวณตะแกรงหน้าชำรุด

สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำขบวนรถ ได้แก่ พนักงานขับรถ และ พนักงานรักษารถ ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยซ่อมของ สรจ.อุตรดิตถ์ ได้เข้าดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องในพื้นที่จนแล้วเสร็จ ทำให้ขบวนรถสามารถเดินทางต่อได้

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์และคณะ ได้ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบการดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้ใช้บริการรถไฟ


>> รถกระบะ เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 รายและมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นคุณยาย วัย 75 ปี จ.กาญจนบุรี

12.22 น. มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ริมถนนเส้นทางไทรโยค มุ่งหน้าเมืองกาญจนบุรี บริเวณใกล้เคียงโรงเหล้า บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีขาว ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี สภาพเสียหลักตกข้างทางและพลิกคว่ำเสียหายหนัก ตรวจสอบพบผู้ประสบเหตุทั้งหมด 3 ราย

โดยเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 70 ปี ติดอยู่ภายในที่นั่งคนขับ, เป็นผู้หญิง ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส สภาพกระเด็นไปตกอยู่ในป่าหญ้าข้างทาง ห่างจากตัวรถประมาณ 4 เมตร สภาพนอนกึ่งคว่ำหน้า มีแผลฉกรรจ์หนังศีรษะเปิดขนาดใหญ่ ทางอาสาสมัครได้เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ส่งมอบต่อให้รถแอดวานซ์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ดำเนินการ

ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 75 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นข้างตัวรถด้านซ้าย สภาพกะโหลกศีรษะแตก ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า


>> "อนุทิน" เซ็นคำสั่ง "เนรเทศชาวฝรั่งเศส" ออกนอกราชอาณาจักร หลังก่อความเดือดร้อน ที่เกาะสมุย

12.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2354/2569 เรื่อง เนรเทศ นายเควิน ออกไปนอกราชอาณาจักร

ด้วยปรากฏว่า นายเควิน สัญชาติฝรั่งเศส มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งยังมีพฤติกรรมคึกคะนองอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาว่า นายเควิน มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), (8) และมาตรา 158/1 วรรคสอง พิพากษาปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 5,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 พร้อมริบของกลาง

พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบกับข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักร

อนึ่ง หาก นายเควิน ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้


>> ปภ. ซักซ้อมตั้ง War Room ยกระดับเฝ้าระวัง – แจ้งเตือนภัยระดับพื้นที่ พร้อมรับมือสถานการณ์อย่างทันท่วงที

13.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมซักซ้อมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) ประจำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อยกระดับการติดตาม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ภัยในระดับพื้นที่ ให้สามารถแจ้งเตือนและบริหารจัดการเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นประธานการประชุม นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้บริหาร ปภ. ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ. เขต หัวหน้าสำนักงาน ปภ. จังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การประชุมซักซ้อมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) ประจำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เป็นการเตรียมความพร้อมและยกระดับการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ ให้สามารถประสานข้อมูลและบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางซักซ้อมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อการแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ของศูนย์ ปภ. เขต โดยให้ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัดเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประสานงาน War Room ในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำเกณฑ์เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยรายจังหวัด ทั้งระดับน้ำท่า น้ำฝน น้ำเขื่อน และน้ำหนุน โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานด้านชลประทาน อุตุนิยมวิทยา อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนให้ศูนย์ ปภ. เขต ตรวจสอบและปรับปรุงรายชื่อผู้ประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การประสานงาน แจ้งเตือน บริหารจัดการภัย และช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์


>> นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการที่ดี ชูผลงานโปร่งใส ยึด ปชช. เป็นศูนย์กลาง สร้างความเชื่อมั่นภาครัฐ

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมแสดงความยินดีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 240 แห่งที่ได้รับรางวัล ซึ่งเป็นการยืนยันคุณค่าของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเห็นในระบบราชการไทย คือการสร้างบุคลากรที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดี และสามารถเติบโตในระบบราชการได้ เพราะหากระบบราชการขาดความโปร่งใสและมีการทุจริต ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะ อปท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน จึงต้องเป็นหน่วยงานที่ประชาชนสามารถพึ่งพาและเชื่อมั่นได้ หากบุคลากรเข้าสู่ระบบด้วยการทุจริต ย่อมไม่สามารถสร้างระบบราชการที่เข้มแข็งและตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

นายกฯ กล่าวว่า รางวัลทั้ง 240 แห่งจึงมีความหมายมากกว่าการประกาศว่าองค์กรใดมีการบริหารจัดการที่ดี แต่สะท้อนถึงมาตรฐานที่สังคมต้องการเห็นจากระบบราชการไทย พร้อมขอให้องค์กรที่ได้รับรางวัลเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างและรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ผ่านการทำงานที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส และผลงานที่ประชาชนเห็นและสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกันยกระดับมาตรฐานการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป


>> ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ลงพื้นที่ติดตาม กรณีเพลิงไหม้ อาคาร มรภ.สุรินทร์ ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

13.45 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณห้องเธียเตอร์ ชั้น 3 อาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าระงับเหตุและควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 14.15 น. เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ ป้องกันจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงรายละเอียดความเสียหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


>> แม่พิการตาบอด ทนไม่ไหว ร้อง “สายไหมต้องรอด” ถูกลูกทาสยา รีดเงิน-ทำร้ายร่างกาย

14.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี​เกิดเหตุสะเทือนใจในหมู่บ้าน ย่านซอยสายไหม 13 เมื่อ หญิงไทย อายุ 60 ปี ผู้พิการทางสายตา เข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด หลังถูก ลูกชาย วัย 26 ปี ซึ่งติดยาเสพติดอย่างหนัก ทำร้ายร่างกายและข่มขู่รีดไถเงินวันละ 300 บาท รวมถึงบังคับให้ไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาซื้อยาเสพติด หากไม่ได้ตามต้องการก็จะถูกซ้อมทรมานอย่างหนัก ซ้ำยังเคยถูกตบจนบ้องหูหูอื้อเพียงเพราะขอให้เพื่อนหยิบบุหรี่ให้ จนแม่เคยคิดสั้นกินยาฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทั้งนี้ แม่เคยแจ้งตำรวจจับและส่งบำบัด แต่เมื่อปล่อยตัวออกมาก็กลับมาก่อเหตุซ้ำ และเคยบังคับให้แม่ไปตรวจปัสสาวะแทนเพื่อเลี่ยงคดีอีกด้วย

​ล่าสุด นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ โดยระหว่างเดินทาง ลูกชายยังโทรศัพท์ข่มขู่แม่ให้รีบกลับบ้าน เมื่อถึงจุดหมาย เจ้าหน้าที่พบ ลูกชายคนดังกล่าว พกมีดเหน็บอยู่ที่เอว จึงเข้าชาร์จล็อกตัวไว้ได้ทันที

จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพ ยาอี กัญชา ไม้คมแฝก และอาวุธมีด แม้ช่วงแรกจะอ้างว่า ซ้อมแม่เพราะแม่ไม่ดูแล แต่ก็ยอมรับว่าทำร้ายจริง เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ทำร้ายร่างกาย และเสพยาเสพติด พร้อมเตรียมสอบปากคำและรอแม่เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาข่มขู่คุกคามและพกพาอาวุธต่อไป


>> ผู้ว่าฯ เชียงราย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำแม่สาย หลังฝนตกหนัก-พนังฝั่งเมียนมาแตก

15.43 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์แม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าและกัดเซาะแนวพนังในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนพังเสียหาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมเขตชุมชนฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก พบว่าได้ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าไปถึงตลาดท่าล้อ ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในตัวเมืองท่าขี้เหล็กนั้น

ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เทศบาล ต.แม่สาย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทหาร ฯลฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าอุดรูรั่วของถุงบิ๊กแบ๊คที่วางกั้นน้ำบริเวณชุมชนเกาะทราย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จนทำให้น้ำไม่ทะลักเข้ามาเพิ่มเติม

ทางด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พร้อมด้วย ผู้ว่าการจังหวัดท่าขี้เหล็ก นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกติดตามสถานการณ์แม่น้ำสายอย่างใกล้ชิดพบว่าที่บ้านโจตาดา จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำสายห่างจากชายแดน อ.แม่สาย ประมาณ 25 กิโลเมตร ในเวลา 13.20 น.ยังคงมีปริมาณฝนมากถึง 90.6 มิลลิเมตร แต่ระดับน้ำยังคงอยู่ที่ร้อยละ 75.55 ซึ่งยังคงอยู่ในสถานะปกติ มีการนำรถแบคโฮเข้าขุดตักวัชพืช เศษไม้ ฯลฯ ที่ติดอยู่ตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 1 เพื่อให้น้ำไหลระบายลงสู่แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดลำพูน

16.12 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหวความแรงขนาด 1.5 ลึก 3 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ของ ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จังหวัดลำพูน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> "เสมา1" ลงพื้นที่ กรณีเหตุไฟไหม้ โรงเรียนชื่อดังย่านฝั่งธนฯ สั่ง สพฐ. เร่งเยียวยา-ซ่อมแซม

16.20 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี เพื่อติดตามตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ห้องพักครูที่ชั้น 4 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงได้

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รมว.ศธ.กล่าวว่า พบความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณห้องเก็บเอกสารและห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ พื้นที่ราว 40 ตารางเมตร มีเอกสาร ตู้เก็บข้อสอบ และชิ้นงานนักเรียนถูกไฟไหม้ และมีครูพละวัย 33 ปีได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควัน ขณะเข้าช่วยดับไฟ นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

"เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าข้าม ที่เข้ามาสนับสนุนและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจรที่อาคารชั้นบนสุด โดยกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุต่อไป" รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ​การจัดการเรียนการสอน ทางผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ และให้เปลี่ยนไปเรียนออนไลน์แทน เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ห้องเรียนชั้น ม.2 และ ม.6 ทั้งนี้ผมได้สั่งการให้ สพฐ. เร่งสำรวจ ประเมินความเสียหาย และซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เพื่อรองรับการสอบและการปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึง

ส่วนกรณีมีสถานศึกษาอยู่ใกล้คลังน้ำมัน Data Center พระราม 9 ซึ่ง​พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นรมว.ศธ.กล่าวว่า ​ศธ. ในฐานะหน่วยงานดูแลสถานศึกษา กำลังติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อโรงเรียนในพื้นที่ โดยเชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงจะให้คำตอบที่ชัดเจนได้


>> กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 2 ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8 - 13 กันยายน 69

17.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8 - 13 กันยายน 2569) ฉบับที่ 2 (192/2569) 
ในช่วงวันที่ 8 - 13 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. 69 จะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12 - 13 ก.ย. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 9 - 11 ก.ย. ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.ย. 69 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มจะทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อน และเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามเหตุถนนสามเสนทรุดตัว กำชับ กปน. เร่งซ่อมแซมคืนผิวจราจร

19.00 น. สำนักงานเขตดุสิต คืบหน้า ผิวจราจรทรุดตัวลึก 20 เซนติเมตร บริเวณถนนสามเสน หน้าบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สาเหตุเบื้องต้น เป็นแนวโครงการวางท่อประปาใหม่ของการประปานครหลวง (กปน.) โดยจุดเกิดเหตุเดิมเป็นบ่อพักที่เคยตอก Sheet Pile ไว้ แต่ขวางแนวรถไฟฟ้าจึงย้ายบ่อใหม่ และคาดว่าการฝังกลบบ่อเดิมบดอัดดินไม่แน่นหนาพอ ทำให้เกิดการทรุดตัว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุและเร่งรัดการแก้ไข โดยมี นางวรัญญา ลีลาบูรณพงศ์ ผู้อำนวยการเขตดุสิต, นายฐานพงศ์ คำทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจร่วมรายงานสถานการณ์ ​

นอกจากนี้ ยังมี สำนักการโยธา กทม., ผู้แทนจาก การประปานครหลวง (กปน.) พร้อมผู้รับจ้างเข้าดำเนินการซ่อมแซม, สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ สนับสนุนไฟส่องสว่าง รวมถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (สส.แบงก์), นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ (สส.กทม. เขต 1) และ นางสาวภัสริน รามวงศ์ (สส.กทม. เขต 7) ร่วมติดตามการปฏิบัติงาน โดยมีตำรวจจราจร สน.บางโพ และเทศกิจเขตดุสิต คอยดูแลการจราจร

​ขณะนี้ผู้รับจ้าง กปน. อยู่ระหว่างกลบอัด และซ่อมแซมคืนผิวทางตลอดค่ำคืนนี้ เพื่อเร่งเปิดการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด


>> คนร้ายใช้อาวุธปืน ก่อเหตุภายในลานวัดดัง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะมีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชาย-หญิง ตร.คาดมือปืนเป็นอดีตแฟน

20.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย รับแจ้งเหตุยิงกัน มีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและผู้เสียชีวิต ภายในวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลอุทัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณลานจอดรถข้างศาลาวัด พบรถกระบะ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ ในสภาพ มีร่องรอยการถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบชนิด บริเวณฝากระโปรงหน้ารถ 2 นัด และประตูด้านคนขับอีก 1 นัด

ตรวจสอบภายในรถกระบะ ตรงเบาะคนขับ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 44 ปี ลักษณะถูกยิงเข้าที่บริเวณขมับ และที่ข้างประตูรถด้านซ้าย พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 44 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่ใบหน้าและลำตัว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอุทัย และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ส่วนในจุดเกิดเหตุเบื้องต้น พบปลอกกระสุนปืน จำนวน 6 ปลอก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ มีคนร้าย 1 ราย เป็นชายไทย ได้ใช้อาวุธปืน กระหน่ำยิงบุคคลทั้งคู่ ก่อนจะขับรถยนต์หลบหนีไป

ความคืบหน้า พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.อุทัย เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตแฟน ของหญิงสาวที่เสียชีวิต โดยขับรถติดตามฝ่ายหญิงมาจนมาถึงวัดและลงมือก่อเหตุ

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ผู้ก่อเหตุ ที่หลบหนี ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.เสาไห้ จ.สระบุรี แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย


>> ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.บ้านตึก ต.ป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

21.05 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนมีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.บ้านตึก ต.ป่างิ้ว และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง

ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.บ้านตึก ต.ป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย


>> แผ่นดินไหว ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว

21.18 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 27 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> สำนักงานเขตดุสิต อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด พื้นผิวถนนสามเสนทรุดตัว

23.53 น. (7 ก.ย.69) กรณี​ ผิวจราจรทรุดตัวลึก 20 เซนติเมตร บริเวณถนนสามเสน บริเวณใกล้เคียง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

ล่าสุด สำนักงานเขตดุสิต ขอแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขกรณีผิวถนนทรุดตัว โดยขณะนี้บริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการเทคอนกรีตปิดผิวถนนบริเวณที่เกิดการทรุดตัวทั่วพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ บริษัทผู้รับจ้างแจ้งว่า คอนกรีตต้องใช้ระยะเวลาในการเซตตัวประมาณ 5 ชั่วโมง หากถนนมีความพร้อมและสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ สำนักงานเขตดุสิตจะแจ้งให้ประชาชนทราบโดยเร็วต่อไป 
 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม