หน้าแรก > อาชญากรรม

จับกุมต่างชาติผิวสี ใช้ “Romance Scam” หลอกหญิงไทยให้รัก สุดท้ายถูกใช้ขนยาเสพติด

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 02:19 น.


จับกุมต่างชาติผิวสี ใช้ “Romance Scam” หลอกหญิงไทยให้รัก สุดท้ายถูกใช้ขนยาเสพติด

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อม​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป. , เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ บก.ปคม. , ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.หนองคาย . ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพัน ตชด.245 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.24
​ร่วมกันจับกุม
​1. MR. EMEKA อายุ 39 ปี สัญชาติไนจีเรีย
​2. MR. ANAYO อายุ 45 ปี สัญชาติไนจีเรีย
​3. น.ส.ลิ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี
​​สถานที่จับกุม
​​1. MR. EMEKA จับกุมบริเวณด่านเก็บเงิน มอเตอร์เวย์สาย 9 ถ.กาญจนาภิเษก ต.เทพารักษ์
อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
​​2. MR. ANAYO จับกุมบริเวณริมถนน ซ.รามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
​​3. น.ส.ลิ (นามสมมุติ) จับกุมบริเวณโรงแรมย่านรามคำแหง
​ 
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง จนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่ และสื่อออนไลน์ยอดนิยม อาทิ Facebook และอื่นๆ โดยใช้ภาพชายชาวต่างชาติ มีฐานะน่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นนักธุรกิจ วิศวกร หรือทหาร ก่อนเข้าไปสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ และเกิดความไว้วางใจแล้วจะย้ายช่องทางการสื่อสาร
ไปยังแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และติดตามของเจ้าหน้าที่
​จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ลลิตาฯ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ มีความสัมพันธ์กับชายชาวไนจีเรียที่ใช้ชื่อว่า “Mc General” ซึ่งรู้จักกันผ่านทาง Facebook ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568

โดยฝ่ายชายได้ชักชวนให้เดินทางไปรับสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย ค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 40,000 - 50,000 บาท น.ส.ลิ (นามสมมุติ) ยอมรับว่าได้ลักลอบนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วรวม 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดที่ไป
ขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยแนวทางการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวจะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดหนองคาย โดยใช้เรือหางยาวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะมีบุคคลในเครือข่ายคอยรับส่งไปยังโรงแรมที่พัก จากนั้นผู้ร่วมขบวนการจะนำกระเป๋าเดินทางซึ่งภายในบรรจุสิ่งของ อำพรางในรูปแบบต่างๆ เช่น กล่องพัสดุ, ถุงกาแฟ หรือถุงขนม เมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนยานพาหนะหลายทอด ทั้งรถยนต์, รถตู้ และเรือเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก่อนนำของกลางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร

​เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า น.ส.ลิ (นามสมมุติ) เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่บรรจุยาเสพติด และเข้าพักภายในโรงแรมย่านรามคำแหง จากนั้นได้รับคำสั่งจากชายชาวไนจีเรียให้ทยอยนำสิ่งของภายในกระเป๋าไปส่งมอบให้ผู้ร่วมขบวนการชาวต่างชาติในจุดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สามารถสังเกตการณ์และติดตามการส่งมอบยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการส่งมอบยาเสพติดให้กับชายชาวไนจีเรียรายแรก เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามต่อ จนพบว่ามีการนัดหมายส่งมอบยาเสพติดส่วนที่เหลือให้กับชายชาวไนจีเรียอีกรายบริเวณหน้าโรงแรมที่พัก เมื่อผู้ต้องหารับสิ่งของ และกำลังหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมกันทั้ง 3 ราย ก่อนขยายผลตรวจค้นยึดของกลางเป็นเฮโรอีน และโคคาอีนจำนวนมาก มูลค่ามากกว่า 25 ล้านบาท เบื้องต้น น.ส.ลิ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนได้นำยาทั้งโคคาอีน และเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านมาส่งให้ชาวไนจีเรียจริง ซึ่งทำมาแล้วรวม 3 ครั้ง และ ครั้งล่าสุดที่ไปขนยาเสพติดก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด MR. EMEKA ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา และ MR. ANAYO ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นเจ้าของคนโคคาอีนที่ น.ส.ลิ (นามสมมุติ)  นำมาส่งจริงและอยู่ในการเตรียมการเพื่อที่จะกระจายยาเสพติดไปในแหล่งชุมชน 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม