หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มิถุนายน 2569

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 04:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มิถุนายน 2569

>> เพลิงไหม้เรือนประชาชน หมู่ 5 ตำบลบ้านต๊ำ อ.เมืองพะเยา ชายอายุ 93 ปีหนีออกมาจากบ้านได้หวุดหวิด

01.30 น. หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลบ้านต๊ำ อ.เมืองพะเยา จึงระดมกำลังเข้าตรวจสอบและเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นบนเป็นโครงสร้างไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ พร้อมด้วยรถดับเพลิงและกำลังสนับสนุนจากเทศบาลตำบลบ้านต๋อม เทศบาลตำบลท่าจำปี และเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ได้ร่วมกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเต็มกำลัง ใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีชาย อายุ 93 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพัง

ขณะเกิดเหตุสามารถหนีออกจากบ้านได้อย่างหวุดหวิด แต่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถลอกบริเวณแขนและขา ทีมกู้ภัยบ้านต๊ำได้ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลพะเยา ล่าสุดยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

>> อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กลับมาเปิดให้เข้าชมแล้ว หลังสถานการณ์ "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

11.30 น. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ออกประกาศ เรื่อง เปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทําการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนมา (เกาะห้า) เนื่องจากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าพบแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (Physalia physalis) ซึ่งมีพิษร้ายแรง กระจายเต็มพื้นที่โดยรอบของชายหาดบริเวณที่ทําการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนมา (เกาะห้า) และเกาะไหง นั้น

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา พิจารณาแล้ว เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว จึงขอเปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทําการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

>> กรมควบคุมโรค เผยผลกักตัว ผู้เดินทางเข้าไทย 16 ราย เฝ้าระวัง ‘อีโบลา’ เบื้องต้นไม่พบผู้มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย

12.00 น. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิด หลังพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และสาธารณรัฐยูกันดา ซึ่งเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่มีอัตราป่วยตายสูง

โดยภายหลังจากการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในการดำเนินการกักกัน (Quarantine) กรณีไม่มีอาการ และแยกกัก (Isolation) กรณีมีอาการ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางที่เข้าสู่ระบบกักกันโรค จำนวนทั้งสิ้น 16 ราย ในจำนวนนี้

ครบกำหนดการติดตามอาการ 21 วันแล้ว 1 ราย

เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว 2 ราย

อยู่ระหว่างการติดตามอาการ 13 ราย

เป็นข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน ซึ่งจนถึงปัจจุบันไม่พบผู้มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคหรือผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย

>> เปิดปฏิบัติการ “ชำแหละอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ปูพรมตรวจค้น 5 จุดใหญ่ ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์ถือครองอสังหาฯ

14.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 5 จุด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1.Mr. HAO (นายห่าว) สัญชาติจีน อายุ 35 ปี ข้อหา “เป็นนายจ้างไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบชื่อและสัญชาติของคนต่างด้าวและลักษณะงานที่ให้ทำภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่จ้าง” (นำส่ง พงส. สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

2.นางเทียมใจ สัญชาติลาว อายุ 43 ปี ข้อหา “คนต่างด้าวไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เข้าทำงาน (นำส่ง พงส.สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

3.MISS BE (นางบี) สัญชาติเมียนมา อายุ 33 ปี (จับกุมที่จุดตรวจค้นที่ 3) ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” (นำส่ง พงส.สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบความผิดปกติของเครือข่ายกลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ที่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมายในการประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยการใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี เป็นหญิงไทยอายุเพียง 24 ปี (อายุในช่วงเกิดเหตุ) ปรากฏชื่อเป็นกรรมการและถือหุ้นแทนในนิติบุคคลหลายบริษัท เพื่อเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และบ้านพักอาศัยหรูในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยมีกลุ่มบริษัทสำนักงานกฎหมายและบัญชีไทย คอยบริหารจัดการและจัดทำเอกสารอำพรางเพื่อสนับสนุนการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังเปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกันทั้ง 5 จุด และจับผู้ต้องหาดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> รถยนต์ประวัติศาสตร์ เจมส์บอนด์ อัญเชิญพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 – พระพันปี สู่พระราชนัดดา

16.21 น. ขบวนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยรถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle V6 หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เจมส์ บอนด์’ ระหว่างนั้น ประชาชนที่เฝ้าส่งเสด็จพร้อมใจกันกราบเพื่อถวายสักการะแด่พระองค์ ในการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หลายคนหลั่งน้ำตาออกมา ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

สำหรับรถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle V6 หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 หรือที่รู้จักในชื่อ เจมส์ บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดใช้ทรงงานมาเป็นเวลานาน เป็นรถทรงงานที่แสนเรียบง่าย

ที่สำคัญ เจมส์ บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งอัญเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จสวรรคต จากโรงพยาบาลศิริราช ไปประทับ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และอีกเหตุการณ์สำคัญคือ เจมส์ บอนด์ เป็นรถพระที่นั่งอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จสวรรคต วันที่ 26 ต.ค.2568 จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง รถพระที่นั่งคันดังกล่าวได้รับเกียรติอีกครั้ง อัญเชิญพระศพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

>> กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์วันพรุ่งนี้ ฝนยังถล่ม 3 ภาค-กทม.หนัก เปิดชื่อ 44 จังหวัดโดนเต็มๆ ประชาชนต้องระวังอันตราย น้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก

17.57 น. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบน

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวเตรียมพร้อมระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

>> พบศพหนุ่มสักลายมังกร ถูกคนร้ายยิง นำร่างหมกป่าแก่งคอย-สระบุรี

20.00 น. พ.ต.ท.ภัทรพล ปิ่นทอง สว.(สอบสวน) สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย ว่ามีผู้พบศพชายถูกฆ่าตายทิ้งศพไว้ในร่องน้ำเชิงเขาริมถนนสาย ทับกวาง-สุสานฮูลิน รอยต่อระหว่าง (ต.ทับกวาง กับ ต.ชำผักแพว) จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร พ.แก่งคอย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบศพเพศชายนอนหงายหัวซุกอยู่ในร่องทางน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา สภาพแวดล้อมเป็นป่ารก บริเวณทางเดินขึ้นเขาใกล้จุดทิ้งศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน แพทย์ชันสูตรพบว่า ผู้ตายสวมกางเกงขาสั้นสีครีม ใส่เสื้อคอกลมสีเหลืองอายุ 25-30 ปี ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ทรวงอก 2 นัด “สักลายมังกรเต็มหน้าอก” ที่คางซ้าย-ขวา มีร่องรอยสักเป็นตัวอักษรว่า “เรือนเพ็ญ-สารเลว รุ่น 1” หลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันชันสูตรเบื้องต้นได้มอบศพให้ มูลนิธิฯนำส่งนิติเวชฯ เพื่อชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง

ชาวบ้านในหมู่บ้าน ผู้พบศพคนแรกให้การว่า ตนและภรรยา พากันขับขี่รถ จยย. มาหาหน่อไม้บริเวณกอไผ่เชิงเขา ขณะตนเดินเข้าไปขุดหน่อไม้ ใกล้ร่องน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่ พบชายคนดังกล่าวนอนหงายสภาพศพแช่น้ำครึ่งตัว ตนตกใจมากจึงรีบชวนภรรยา ขี่ จยย.กลับบ้านแล้วโทรแจ้งให้เพื่อน มูลนิธิปอเต็กตึ้ง และผู้ใหญ่บ้านทราบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณไม่เกิน 3 วัน ขณะนี้ต้องทราบให้ได้ก่อนว่าผู้ตายเป็นใคร ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานท้องที่ใกล้เคียง ดูว่ามีผู้แจ้งเหตุคนหายบ้างหรือไม่ พร้อมให้เร่งรัดตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

>> สมเด็จพระราชาธิบดีชิกเม เคซาร์ นัมเกล วังชุก ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ราชวงศ์ภูฏานร่วมประกอบพิธีสวดมนต์ และจุดตะเกียงเนย 1,000 ดวง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

21.30 น. สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน, สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก, สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก, สมเด็จพระราชชนนีเชอริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ภูฏาน ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมพิธีสวดมนต์และจุดตะเกียงเนยจำนวน 1,000 ดวง ณ วิหารหลวงคุนเร (Grand Kuenrey) ภายในทาชิโชซองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

พิธีดังกล่าวมีข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลภูฏาน ชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศภูฏาน และเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลใหญ่ร่วมในพิธีด้วย ราชอาณาจักรภูฏาน และประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันอบอุ่นและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ในโอกาสนี้ พระราชวงศ์ และประชาชนชาวภูฏานได้ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทยในความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

ข่าวยอดนิยม